1aw-home_logo1aw-home_logo1aw-home_logo1aw-home_logo
  • หน้าแรก
    • ค่าเข้าชม
    • ระเบียบการเข้าชม
    • สิ่งอำนวยความสะดวก
    • เข้าชมเป็นกลุ่ม และบริการนำชม
    • สุวรรณภูมิ
    • นิทรรศการถาวร
    • นิทรรศการหมุนเวียน
    • งานสะสม
    • สารจากผู้ก่อตั้ง
    • วิสัยทัศน์และพันธกิจ
    • ติดต่อเรา
    • เช่าพื้นที่
    • คำถามที่พบบ่อย
  • ข้อมูลการเข้าชม
    • ค่าเข้าชม
    • ระเบียบการเข้าชม
    • สิ่งอำนวยความสะดวก
    • เข้าชมเป็นกลุ่ม และบริการนำชม
  • ผลงานสะสมและนิทรรศการ
    • สุวรรณภูมิ
    • นิทรรศการถาวร
    • นิทรรศการหมุนเวียน
    • งานสะสม
  • พื้นที่ศิลปะ อาร์ตสเปซ
    • ที่ตั้งและแผนที่
    • นิทรรศการหมุนเวียน
  • บทความ
  • เกี่ยวกับเรา
    • สารจากผู้ก่อตั้ง
    • วิสัยทัศน์และพันธกิจ
  • ติดต่อเรา
    • ติดต่อเรา
    • เช่าพื้นที่
    • คำถามที่พบบ่อย
  • ร้านค้า
  • TH
    • EN
    • TH
  • จองบัตร
✕
  • หน้าแรก
  • Home
  • เฟื้อ หริพิทักษ์ กับความจริงของศิลปะนอกกรอบ

เฟื้อ หริพิทักษ์ กับความจริงของศิลปะนอกกรอบ

ศิลปินที่สอบตก เพราะไม่ยอมวาดตามแบบ

เชื่อหรือไม่ว่า อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ “ครูใหญ่แห่งวงการศิลปะไทย” ครั้งหนึ่งเคยสอบตกวิชาวาดเขียน เหตุผลนั้นไม่ได้ซับซ้อน เขาไม่ได้วาดไม่ได้ ตรงกันข้าม เขาเป็นนักเรียนที่มีฝีมือโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในรุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขา “เลือกจะไม่วาด” ในแบบที่หลักสูตรกำหนด ชีวิตของเขาจึงเหมือนเป็นการยืนยันซ้ำ ๆ ว่า ความจริงในศิลปะไม่เคยอยู่ในกรอบที่ใครขีดไว้ให้

จุดเริ่มต้นของการไม่ยอมอยู่ในกรอบ

เฟื้อ หริพิทักษ์ เกิดในปี พ.ศ. 2453 ที่ธนบุรี เข้าเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง และแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่โดดเด่นตั้งแต่ต้น สอบผ่านแทบทุกวิชา เหลือเพียงก้าวสุดท้ายก่อนจะจบ แต่ในวิชาสุดท้ายที่ต้องวาดภาพหุ่นนิ่ง (Still life) เขากลับวาดภาพนามธรรม (Abstract) ตามความรู้สึกของตนเอง ผลคือสอบตก และตัดสินใจลาออก ทั้งที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวจะจบ การตัดสินใจครั้งนั้นจึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต หากเป็นจุดตั้งต้นของวิธีคิดที่ติดตัวเขามาตลอด ว่าศิลปะไม่อาจมีความจริงได้หากยังถูกจำกัดอยู่ในกรอบที่ผู้อื่นขีดไว้ให้

เมื่อศิลปะไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข

ต่อมา ชีวิตของเฟื้อพาเขาผ่านความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเขาตกเป็นเชลยศึกอยู่ในค่ายกักกันที่ประเทศอินเดีย แต่แม้ในสภาวะเช่นนั้น เขาก็ยังคงวาดภาพ และยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 จากการประกวดศิลปะภายในค่ายกักกัน ราวกับว่าต่อให้ชีวิตจะคับแค้นเพียงใด การสร้างสรรค์ก็ยังไม่เคยดับลง

ความทุกข์ในฐานะวัตถุดิบของการสร้างสรรค์

เขาสร้างผลงาน “ค่ายกักกันชาวญี่ปุ่นในป้อมโบราณ” (Japanese Internment Camp, Purana Qila) ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติ กรุงโตเกียว ว่าเป็นหนึ่งในงานคิวบิสม์ยุคต้นของเอเชีย

การยอมรับ และการยืนยันตัวตน

หลังสงคราม เฟื้อกลับมาพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และคว้าเหรียญทองจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติได้ถึง 3 ครั้ง จากผลงาน “เพชรบุรี” ในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2492 “ประกายเพชร” หรือ “มาดามชิต เหรียญประชา” ในครั้งที่ 2 พ.ศ. 2493 และ “หญิงสาวสวมเสื้อคอกลมสีแดง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสือแดง” หรือ “สาวอีตาเลียน” ในครั้งที่ 8 พ.ศ. 2500 จนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรม เส้นทางดังกล่าวค่อย ๆ ตอกย้ำสถานะของเฟื้อในประวัติศาสตร์ศิลปะไทย กระทั่งในปี พ.ศ. 2528 เขาได้รับการประกาศยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์

การศึกษาโดยไม่มีวุฒิ แต่มีความเชื่อมั่น

ในระหว่างเส้นทางแห่งความสำเร็จนั้นเขาเดินทางไปศึกษาต่อที่ราชบัณฑิตยสถาน กรุงโรม ในปี พ.ศ. 2497 ทั้งที่ไม่มีวุฒิการศึกษาใดติดตัวไปเลย สิ่งเดียวที่เขามี คือจดหมายจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเขียนไว้สั้น ๆ ว่า “เฟื้อเป็นหนึ่งในศิลปินสยามที่ดีที่สุดในยุคสมัยของเรา” และเพียงเท่านั้นก็เพียงพอให้เขาได้รับการยอมรับ

การอนุรักษ์ในความหมายของเฟื้อ หริพิทักษ์

แต่จุดสำคัญของชีวิตเฟื้อไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงหรือความสำเร็จ หากอยู่ที่สิ่งที่เขาเลือกทำเมื่อกลับถึงไทย เขาเลือกเดินเข้าไปในหอไตรปิฎก วัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนับสิบปี จนผู้คนเรียกเขาว่า “ผีหอไตร”

ไม่เติม ไม่แต่ง ไม่แทนที่

เขาไม่ทาสีใหม่ ไม่เติม ไม่แต่ง และไม่แก้ เขาเพียงค่อย ๆ เช็ดคราบฝุ่นออกทีละชั้นอย่างอดทน เพื่อยกของเดิมขึ้นมา โดยไม่แตะต้องฝีมือของครูช่างในอดีต สำหรับเฟื้อ การวาดทับไม่ใช่การอนุรักษ์ แต่คือการลบสิ่งที่มีอยู่เดิม

การลอกลาย และการสร้างองค์ความรู้ศิลปะไทย

ในเวลาเดียวกัน เขายังเดินทางไปตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อลอกลายจิตรกรรมลงบนกระดาษแก้ว การกระทำเช่นนี้เป็นความพยายามทำความเข้าใจระบบคิด จังหวะเส้น และจิตวิญญาณของครูช่างโบราณอย่างลึกซึ้ง ในยุคที่การศึกษาศิลปะไทยยังไม่ได้รับการจัดวางอย่างเป็นระบบ สิ่งที่เฟื้อทำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานองค์ความรู้ทางศิลปกรรมไทยในเวลาต่อมา

ศิลปะ ความจริง และการออกจากกรอบ

เฟื้อ หริพิทักษ์ จึงไม่ได้ทิ้งไว้เพียงผลงานศิลปะ หากยังทิ้ง “วิธีคิด” ไว้ให้กับวงการศิลปะไทย ชายผู้เคยสอบตกวิชาวาดเขียนในวันหนึ่ง กลับกลายเป็นครูใหญ่ของวงการศิลปะไทย และบางที การกระโจนออกจากกรอบ อาจไม่ใช่การหลงทาง หากเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นความจริง

 

References:

กฤษณา หงษ์อุเทน. (2568). 22 เมษายน วันคล้ายวันเกิด เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินแห่งชาติ. ศิลปวัฒนธรรม.
เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต. (2566). หอจดหมายเหตุ เฟื้อ หริพิทักษ์ เรื่องเบื้องหลังที่ไม่เคยเล่าของครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ. Sarakadee Lite.
ตัวแน่น. (2566). ‘เฟื้อ หริพิทักษ์’ ครูใหญ่ศิลปะไทยที่ชีวิตโลดโผน ศิลปินไส้แห้งอินเลิฟหญิงสูงศักดิ์. The People.
มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๑๐๐ ปี เฟื้อ หริพิทักษ์ : ชีวิตและผลงาน (A Century of Fua Hariphitak : Life and Works). (E-book).
รัฐพงศ์ เกตุรวม. เฟื้อ หริพิทักษ์ : ครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร.
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ศาสตราจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์. ฐานข้อมูลภาคีสมาชิก.
สุรัตน์ โหราชัยกุล และ ณัฐ วัชรคิรินทร์. (2566). รำลึกบรมศิลปาจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์. สถานีวิทยุจุฬาฯ (Chula Radio Plus).
Rama IX Art Museum. เฟื้อ หริพิทักษ์ | ชีวิตและผลงานคัดลอกจิตรกรรมไทยประเพณี.
Thai PBS. (2563). ความจริงไม่ตาย: ชีวิตศิลปิน “เฟื้อ หริพิทักษ์”. (วิดีโอ YouTube).
The Art Auction Center. (2023). ชีวิตที่ครบรสดั่งบทละครของ เฟื้อ หริพิทักษ์.
Wikipedia. (2024). Fua Haripitak.
ภาพจาก อวบ สาณะเสน 72 ปี: นิทรรศการผลงานศิลปกรรม (2550), ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ.

 

 

 

  • instagram
  • facebook
  • pinterest
  • tiktok
  • line

More stories

  • Open Call for Art Competition

    16/08/2568
    View more
© Copyright mocabangkok.co.,ltd. Limited All Rights Reserved Designed by Webdesignads.com
  • No translations available for this page