Suriya Namwong
สุริยา นามวงษ์
เกิดปี พ.ศ. 2521 ปัจจุบันพำนักและทำงานในประเทศไทย
สุริยา นามวงษ์ เกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด สำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปี พ.ศ. 2544 โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 และสำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาทัศนศิลป์ ศิลปะไทย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2555 ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แนวทางการศึกษาของเขาค่อย ๆ ก่อรูปผ่านการเชื่อมโยงระหว่างรากฐานศิลปะไทยกับกระบวนการคิดแบบร่วมสมัย โดยเฉพาะการทำงานเชิงวิจัยที่ตั้งคำถามต่อความไม่จีรังของชีวิต เวลา และความสัมพันธ์ระหว่างการสิ้นสุดกับการเริ่มต้นใหม่
ตลอดระยะเวลาการทำงาน สุริยา นามวงษ์ มีการแสดงผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบนิทรรศการกลุ่มและนิทรรศการเดี่ยว ผลงานในระยะหลังปรากฏในลักษณะของศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่ (site-specific Installation) เช่น “สิ่งที่มีอยู่อย่างเงา” และ “ความหวังจากสัมพันธภาพการตายและเกิดใหม่” ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ในปี พ.ศ. 2568 รวมถึงการเข้าร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3 ณ MOCA BANGKOK ในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนหน้านั้น เขาได้นำเสนอผลงาน “ความตายของต้นยางนาและสัมพันธภาพแห่งการเกิด” ณ หอศิลป์บรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2567 ขณะที่นิทรรศการเดี่ยวอย่าง “อวตารแห่งจิต” ในปี พ.ศ. 2558 และ “นามธรรมจากลวดลายในสถาปัตยกรรมไทย” ในปี พ.ศ. 2556 สะท้อนพัฒนาการของความคิดที่ค่อย ๆ เคลื่อนจากรูปทรงสู่ภาวะ และจากภาพสู่ประสบการณ์
ในเชิงวิธีการทำงาน ผลงานของสุริยา นามวงษ์ เคลื่อนตัวอยู่ระหว่างจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะจัดวาง โดยมีศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่เป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนความคิด เขามักเริ่มต้นจากการฟังพื้นที่ ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อม และความเชื่อ ก่อนจะค่อย ๆ สร้างโครงสร้างทางทัศนศิลป์ที่เปิดให้ผู้ชมรับรู้ความเปลี่ยนแปลงในระดับที่ไม่เร่งเร้า วัสดุจากธรรมชาติและสิ่งที่สัมพันธ์กับพื้นที่จริงถูกนำมาใช้ไม่เพียงในฐานะองค์ประกอบทางกายภาพ หากยังเป็นตัวกลางของความหมายที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับระบบนิเวศและวัฏจักรของการดำรงอยู่
นอกเหนือจากการสร้างสรรค์ผลงานในฐานะศิลปิน สุริยา นามวงษ์ ยังทำงานในบทบาทภัณฑารักษ์ประจำ MOCA BANGKOK ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขามีส่วนร่วมในการออกแบบประสบการณ์การรับรู้ศิลปะให้เชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม และมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง บทบาททั้งสองส่วนนี้มิได้แยกออกจากกัน หากหล่อเลี้ยงซึ่งกันและกัน ทำให้การทำงานของเขาขยายออกจากตัวผลงานไปสู่การสร้างบริบท และความหมายของศิลปะร่วมสมัยในระดับที่สัมพันธ์กับสังคมมากยิ่งขึ้น
Project artist
No posts found.

