Somphong Adulyasaraphan
สมพง อดุลยสารพัน
เกิด พ.ศ. 2491 ปัจจุบันพำนักและทำงานที่จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย
สมพง อดุลยสารพัน เกิดเมื่อ พ.ศ. 2491 ที่กรุงเทพมหานคร ในวัยเยาว์ สมพงผูกพันกับวัด ธรรมชาติ และสัตว์ ความผูกพันดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญของการมองโลกและการสร้างสรรค์ผลงาน สมพงสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย จากนั้นเข้าศึกษาที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ช่วงสั้น ๆ ก่อนศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ระหว่างนั้น เขาหาเลี้ยงตนเองด้วยการวาดภาพขายแก่นักท่องเที่ยว ต่อมาใน พ.ศ. 2514 สมพงนำผลงาน “ตะปูหัวคน” เสนอต่อคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ก่อนสำเร็จการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาจิตรกรรม เมื่อ พ.ศ. 2519 หลังสำเร็จการศึกษา สมพงทำงานเป็นช่างภาพอิสระ โดยถ่ายภาพแฟชั่น ภาพสารคดีท่องเที่ยว และภาพธรรมชาติให้แก่นิตยสารหลายฉบับ ควบคู่กับการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมตามแนวทางของตนเอง
สมพงได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของธนาคารกสิกรไทยใน พ.ศ. 2522 ก่อนหน้านั้น เขาได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมของธนาคารศรีนคร ครั้งที่ 1 ใน พ.ศ. 2520 ส่วนใน พ.ศ. 2519 เขาได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 23 และการแสดงจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 2 รวมถึงได้รับเหรียญทองแดงจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติใน พ.ศ. 2518 หลังได้รับรางวัลชนะเลิศดังกล่าว สมพงยุติการส่งผลงานเข้าประกวด และมุ่งพัฒนาผลงานจากประสบการณ์ชีวิต การเดินทาง และการสังเกตธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
ใน พ.ศ. 2556 MOCA BANGKOK จัดนิทรรศการ สัจจะเหนือจริง หรือ Transcending Thai Surrealism โดยรวบรวมผลงานจากหลายช่วงเวลามาจัดแสดง นิทรรศการครั้งนี้สะท้อนความต่อเนื่องของแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ ความเสื่อมสลาย และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ก่อนหน้านั้น สมพงจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกใน พ.ศ. 2537 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร เขาเริ่มร่วมแสดงผลงานกลุ่มใน พ.ศ. 2512 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและสถาบันภาษา AUA จากนั้นเข้าร่วมการแสดงศิลปกรรมสำคัญของประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ การแสดงจิตรกรรมบัวหลวง และการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของธนาคารกสิกรไทย
ผลงานระยะแรกของสมพงมักใช้สรีระมนุษย์ เส้นสายอัดแน่น และพื้นที่ภาพที่สร้างความรู้สึกบีบรัด เพื่อถ่ายทอดความแร้นแค้น ความคับข้อง และการดิ้นรนของชีวิตในเมือง ต่อมาเขาหันมาใช้รูปทรงของสัตว์ พืช ซากไม้ โครงกระดูก และภูมิทัศน์จากจินตนาการ โดยผสานรูปทรงของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดให้เกิดเป็นภาพเหนือจริง สมพงใช้พู่กันขนาดเล็กสร้างรายละเอียดอย่างประณีต และจัดวางสี รูปทรง และพื้นผิวที่หลากหลายอย่างสมดุลในองค์ประกอบเดียว รูปทรงไข่ในผลงานมักสื่อถึงการกำเนิด ความเปราะบาง และความเป็นไปได้ของโลกใบใหม่ ขณะที่โครงกระดูกและซากสิ่งมีชีวิตสะท้อนความไม่เที่ยงและการเสื่อมสลายตามกาลเวลา ผลงาน คืนแรม 019 (พ.ศ. 2522) ถ่ายทอดบรรยากาศทะเลยามค่ำและความวิตกต่อมลพิษที่กำลังคุกคามธรรมชาติ ส่วน กินบ้านกินเมือง (พ.ศ. 2537) ใช้ร่างมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นกะโหลกสัตว์เพื่อสะท้อนความโลภและการทำลายสิ่งแวดล้อม ผลงานของสมพงผสานจินตนาการเหนือจริงกับพุทธปรัชญาเรื่องความไม่เที่ยง และตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อธรรมชาติ ผลงานของเขาอยู่ในคอลเลกชันของ MOCA BANGKOK ธนาคารกสิกรไทย และนักสะสมเอกชน
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2538 สมพงพำนักอยู่ที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ทำเกษตรกรรมควบคู่กับการสร้างสรรค์ผลงาน และเรียกวิถีชีวิตของตนว่า “ศิลปินชาวไร่” ธรรมชาติรอบตัวเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน และทำให้เขาใคร่ครวญถึงความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสรรพสิ่งอย่างต่อเนื่อง
Project artist
No posts found.

