Pratuang Emjaroen

ประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2548 

(พ.ศ. 2478 – พ.ศ. 2565)

ประเทือง เอมเจริญ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2478 ณ อำเภอคลองสาน ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร ในครอบครัวที่เผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจตั้งแต่วัยเยาว์ ประเทืองสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเทศบาลวัดสุทธาราม สำเหร่ ธนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2490 ก่อนออกจากระบบการศึกษาเพื่อทำงานหาเลี้ยงชีพ ประสบการณ์ในช่วงต้นของชีวิตนำไปสู่การฝึกงานด้านการเขียนภาพโฆษณาภาพยนตร์ และกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่หล่อหลอมทักษะทางสายตา การใช้น้ำหนัก เส้น สี และองค์ประกอบภาพ ประเทืองจึงเป็นศิลปินที่เติบโตจากการศึกษาศิลปะด้วยตนเอง ผ่านการสังเกตธรรมชาติ การอ่าน การชมภาพยนตร์ การติดตามนิทรรศการ และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางการสร้างสรรค์ศิลปะอย่างจริงจังตั้งแต่ พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา ด้วยความมุ่งมั่นและการอุทิศตนให้แก่จิตรกรรมอย่างต่อเนื่อง ประเทืองได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลคลองหก เมื่อ พ.ศ. 2539 ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศิลปกรรม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เมื่อ พ.ศ. 2551 และปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศิลปกรรม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เมื่อ พ.ศ. 2555 

ตลอดการทำงานในวงการศิลปกรรมไทย ประเทืองได้รับการประกาศเกียรติคุณและรางวัลสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2548 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ก่อนหน้านั้น ประเทืองได้รับประกาศเกียรติคุณด้านจิตรกรรมจากพิพิธภัณฑ์ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2544 และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2539 ในด้านการประกวดศิลปกรรมระดับประเทศ ประเทืองได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 23 เมื่อ พ.ศ. 2519 รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 22 เมื่อ พ.ศ. 2517 ก่อนหน้านั้นได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 เมื่อ พ.ศ. 2511 พร้อมด้วยรางวัลการประกวดภายใต้การสนับสนุนขององค์การโทรศัพท์สากล ไอทีที ในปีเดียวกัน และรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 17 เมื่อ พ.ศ. 2510 รางวัลเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญของการยอมรับในฝีมือและพลังสร้างสรรค์ตั้งแต่ระยะแรกของการทำงานศิลปะ

ผลงานของประเทืองได้รับการนำเสนอในนิทรรศการเดี่ยวและนิทรรศการกลุ่มอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายหลังการถึงแก่อนิจกรรม มีการจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติ “88 ปี ชาตกาล ประเทือง เอมเจริญ” ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2566 เพื่อรำลึกถึงชีวิตและผลงานของศิลปินที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์จิตรกรรมไทยร่วมสมัย ก่อนหน้านั้น นิทรรศการเดี่ยว “ร้อยริ้วสรรพสีสรร ตำนานชีวิตและสังคม” จัดขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2559 โดยรวบรวมผลงานจากหลายช่วงเวลาที่สะท้อนพัฒนาการทางความคิด ตลอดจนภาษาภาพของประเทือง ในระดับนานาชาติ ประเทืองร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม “ไทย จีน พี่น้องกัน ความสัมพันธ์ยิ่งยืนนาน” ณ ศูนย์วัฒนธรรมกรุงเทพฯ และสัญจรไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ พ.ศ. 2558 รวมถึงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยจากประเทศไทย ณ ศูนย์ศิลปะซิลเคบอร์กแบด ประเทศเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. 2558 เช่นกัน ก่อนหน้านั้น ประเทืองร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปะนานาชาติ “จากประเพณีสู่สมัยสากล” ณ ไดซี่แกลเลอเรีย ประเทศมาเลเซีย เมื่อ พ.ศ. 2556 และนิทรรศการศิลปะสัญจรร่วมสมัยเอเชียน “New Expression” ซึ่งจัดแสดงในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และไต้หวัน เมื่อ พ.ศ. 2555 สำหรับจุดเริ่มต้นของการแสดงผลงานต่อสาธารณชน ประเทืองจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่เกษรแกลเลอรี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2509 และเริ่มก้าวสู่เวทีต่างประเทศจากนิทรรศการกลุ่ม ณ สมาร์คแกลเลอรี่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อ พ.ศ. 2510 

ลักษณะเฉพาะทางศิลปะของประเทืองอยู่ที่การสร้างภาษาจิตรกรรมซึ่งเชื่อมโยงสัจนิยม นามธรรม และสัญลักษณ์เข้าด้วยกันอย่างมีพลัง ช่วงแรกของการทำงานสะท้อนความทุกข์ยากของชีวิต ปัญหาสังคม และเหตุการณ์ทางการเมืองผ่านบรรยากาศมืดทึบ น้ำหนักสีเข้ม และรูปทรงสัญลักษณ์ที่กระทบความรู้สึกของผู้ชม ก่อนค่อย ๆ คลี่คลายไปสู่โลกของแสง สี และจังหวะเส้นที่พลิ้วไหวอย่างอิสระ ธรรมชาติกลายเป็นแหล่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตและงานจิตรกรรมของประเทือง โดยเฉพาะดวงอาทิตย์ ซึ่งมองว่าเป็นต้นกำเนิดของแสงสว่าง พลังชีวิต และการตื่นรู้ ภาพดวงตะวัน ผืนดิน ทะเล ใบบัว เมล็ดข้าว และจักรวาล จึงเป็นมากกว่ารูปแทนธรรมชาติ เพราะทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความดีงาม พลังจิตวิญญาณ และการแสวงหาความหมายของชีวิตมนุษย์ นอกจากผลงานในคอลเลกชันของ MOCA BANGKOK แล้ว ผลงานของประเทืองยังได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดง ณ หอศิลป์เอมเจริญ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รับการก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็น “บ้านให้รูปอยู่” และเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะสำหรับสาธารณชน รวมถึงปรากฏในคอลเลกชันสำคัญอย่าง TISCO Art Collection และได้รับการติดตั้งในพื้นที่สาธารณะและสถาบันต่าง ๆ เช่น สถานกงสุลไทย ณ ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา หอศิลป์บ้านแก่น จังหวัดชัยภูมิ หอศิลป์คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหอศิลป์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ประเทืองจากไปเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565 แต่ผลงานจิตรกรรมยังคงอยู่ในฐานะบันทึกของความเพียร ความทุกข์ ความหวัง และพลังของแสงสว่างในประวัติศาสตร์ทัศนศิลป์ร่วมสมัยของไทย 

 

Project artist

No posts found.