Ithipol Thangchalok
ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2551
(พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2564)
ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก เกิดเมื่อ พ.ศ. 2489 ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรจากโรงเรียนช่างศิลป์ ใน พ.ศ. 2508 ต่อมาสำเร็จการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาภาพพิมพ์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ใน พ.ศ. 2513 และสำเร็จการศึกษาศิลปมหาบัณฑิต สาขาจิตรกรรม จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ประเทศสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2518 เส้นทางการทำงานด้านการศึกษาศิลปะเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2514 เมื่ออิทธิพลเข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ตรี ณ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาใน พ.ศ. 2519 ย้ายมาดำรงตำแหน่งอาจารย์โท ณ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระดับ 8 ใน พ.ศ. 2523 ตลอดชีวิตการทำงาน ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพลสอนศิลปะในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทควบคู่กับการสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง จนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ระดับ 9 ใน พ.ศ. 2549 และได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณในเวลาต่อมา
ตลอดเส้นทางวิชาชีพ ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพลได้รับรางวัลและเกียรติคุณสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2551 ก่อนหน้านั้น อิทธิพลได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทจิตรกรรมฝาผนัง และรางวัลดีเด่น ประเภทประติมากรรม จากการประกวดของเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ กรุงเทพมหานคร ใน พ.ศ. 2536 ส่วนผลงานภาพพิมพ์ทำให้อิทธิพลได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม ประเภทภาพพิมพ์ จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ใน พ.ศ. 2522 หลังได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ในปีเดียวกัน อีกทั้งยังได้รับรางวัลชนะเลิศศิลปกรรม ประเภทภาพพิมพ์ จากการประกวดศิลปกรรมร่วมสมัย ธนาคารกสิกรไทย ใน พ.ศ. 2521 อิทธิพลได้รับรางวัลที่ 2 จากการแสดงภาพพิมพ์นานาชาติ นอร์เวย์ ครั้งที่ 4 ประเทศนอร์เวย์ และได้รับรางวัลจากการแสดงภาพพิมพ์นานาชาติ ครั้งที่ 5 ณ เมืองฟรีเซ่น ประเทศเยอรมนีตะวันตก ต่อมาใน พ.ศ. 2520 ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ประเภทภาพพิมพ์ และรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 24 รวมถึงรางวัลที่ 1 ภาพเขียนไทยร่วมสมัย จากนิทรรศการภาพเขียน รางวัลบัวหลวง ครั้งที่ 3 ในปีเดียวกัน ก่อนหน้านั้น ใน พ.ศ. 2519 ได้รับรางวัลที่ 1 ประเภทภาพพิมพ์ จากการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัย ธนาคารศรีนคร และใน พ.ศ. 2515 ได้รับรางวัลจากพิพิธภัณฑ์เมืองคาโลแวค ในการแสดงวาดเส้นต้นแบบนานาชาติ ครั้งที่ 3 ณ เมืองริเยกา ประเทศยูโกสลาเวีย นอกจากนี้ อิทธิพลยังได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ประเภทภาพพิมพ์ จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 21 ใน พ.ศ. 2515 และครั้งที่ 20 ใน พ.ศ. 2513 รวมถึงรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทภาพพิมพ์ จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ใน พ.ศ. 2517 และครั้งที่ 19 ใน พ.ศ. 2512 เกียรติคุณเหล่านี้สะท้อนความสามารถของอิทธิพลในการสร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ จิตรกรรม และงานศิลปะในมิติอื่นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตศิลปินจนถึงการได้รับการยอมรับในฐานะศิลปินชั้นเยี่ยมของวงการศิลปกรรมไทย
ผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพลได้รับการจัดแสดงอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวอย่างนิทรรศการกลุ่มและโครงการสำคัญ เช่น นิทรรศการ “การเดินทางของเส้นพาร์กินสัน” ร่วมกับกลุ่มเพื่อนศิลปิน นิทรรศการภาพพิมพ์โลก ครั้งที่ 4 ณ เมือง San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2526 นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของไทย ณ Pacific Asia Museum เมือง Pasadena ประเทศสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2525 การแสดงศิลปกรรมเอเชีย ณ ประเทศบังกลาเทศ ใน พ.ศ. 2524 การแสดงศิลปกรรมแห่งเอเชีย ณ เมือง Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น ใน พ.ศ. 2523 และการแสดงภาพพิมพ์นานาชาติ ณ ประเทศยูโกสลาเวีย ระหว่าง พ.ศ. 2514 ถึง 2520 ส่วนนิทรรศการเดี่ยวสำคัญ เช่น “นามธรรม: สัจจะแห่งศิลปะ” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่าง พ.ศ. 2558 ถึง 2559 ซึ่งเป็นนิทรรศการย้อนหลังที่รวบรวมผลงานตลอดเวลากว่า 50 ปี “จิตวิญญาณบรรพบท” ใน พ.ศ. 2549 “วัตถุแห่งจิต” ใน พ.ศ. 2544 “สีสันแห่งแสง” ใน พ.ศ. 2543 และนิทรรศการเดี่ยว “จิตรกรรมชุดใหม่” (Recent Paintings) ณ หอศิลป์แห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ใน พ.ศ. 2535
แนวทางจิตรกรรมของศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพลสะท้อนพัฒนาการทางความคิดและรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ระยะเริ่มแรก ผลงานยังสัมพันธ์กับศิลปะรูปลักษณ์และกึ่งนามธรรม โดยตัดทอนภาพจากสิ่งแวดล้อมจริง เช่น ทิวทัศน์เมือง ถนน อาคาร และสิ่งก่อสร้าง ให้เหลือเป็นโครงสร้างของเส้น ระนาบ และจังหวะทางทัศนธาตุ ก่อนค่อย ๆ คลี่คลายไปสู่ภาษานามธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับระเบียบของรูปทรง พื้นที่ว่าง และโครงสร้างภายในของภาพ ผลงานชุด “ประตู” “เมือง” และ “ชิ้นส่วน” แสดงความสนใจต่อการจัดวางเส้น ระนาบ และรูปทรงเรขาคณิตอย่างชัดเจน ก่อนพัฒนาไปสู่ชุด “ผนัง” โดยขยายความสนใจจากโครงสร้างของเมืองและสิ่งก่อสร้างไปสู่ผิวสัมผัส ร่องรอย และบรรยากาศของพื้นผิวคล้ายกำแพงหรือระนาบแห่งกาลเวลา ต่อมาในชุด “สีสันแห่งแสง” อิทธิพลพัฒนาเทคนิคเฉพาะตัวด้วยการระบายสีสว่างหลายชั้นไว้ด้านล่าง แล้วใช้เครื่องมือลักษณะคล้ายหวีขูดขีดสีทึบชั้นบนออกอย่างรวดเร็วขณะสียังเปียก เพื่อเผยให้เห็นสีสันสว่างภายใน เทคนิคดังกล่าวทำให้แสงไม่ได้เป็นเพียงเนื้อหาของภาพ แต่กลายเป็นกระบวนการสร้างภาพโดยตรง ราวกับแสงสว่างค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเพื่อผลักความมืดให้ถอยออกไป จากนั้นผลงานชุด “วัตถุแห่งจิต” และ “จิตวิญญาณบรรพบท” แสดงการหันเข้าสู่สมาธิ ธรรมชาติ ร่องรอยดั้งเดิม และสภาวะภายในของจิตใจอย่างลึกซึ้ง ช่วงบั้นปลายชีวิต เมื่อเผชิญกับโรคพาร์กินสัน อิทธิพลเปลี่ยนข้อจำกัดของร่างกายและความสั่นไหวของมือให้กลายเป็นภาษาใหม่ของเส้นในชุด “การเดินทางของเส้นพาร์กินสัน” ผลงานของอิทธิพลจึงเป็นทั้งการทดลองทางรูปแบบ การค้นหาภาษานามธรรม และการใคร่ครวญสัจธรรมของชีวิต ผลงานสำคัญของศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพลจัดแสดงอยู่ในคอลเลกชันของ MOCA BANGKOK ในฐานะหลักฐานสำคัญของพัฒนาการศิลปะนามธรรมร่วมสมัยของไทย และยืนยันบทบาทของอิทธิพลในฐานะศิลปิน อาจารย์ และผู้สร้างคุณูปการสำคัญต่อวงการทัศนศิลป์ไทย
Project artist
No posts found.

