Chalermchai Kositpipat
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2554
เกิดปี พ.ศ. 2498 ปัจจุบันพำนักและทำงานที่จังหวัดเชียงราย
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 ที่บ้านร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย เขาเริ่มศึกษาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง ก่อนสำเร็จการศึกษาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาศิลปะไทย จากมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นรุ่นแรกของภาควิชาศิลปะไทย ผลงานระยะต้นสร้างชื่อให้เขาอย่างโดดเด่น โดยได้รับรางวัลที่หนึ่ง เหรียญทอง จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ 3 และรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 25 ในปี พ.ศ. 2520 ต่อมาเขาได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ คนแรกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2547 รวมถึงปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน และรางวัล “ศาสตรเมธี” สาขาศิลปกรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2558 ก่อนจะได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดในเส้นทางศิลปินของเขา
เฉลิมชัยมีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะร่วมสมัยตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2520 เขาก่อตั้งกลุ่ม “ศิลปไทย 23” ในปี พ.ศ. 2523 เพื่อผลักดันให้ศิลปะไทยประเพณีมีพื้นที่ในสังคมร่วมสมัย และร่วมแสดงผลงานในเวทีระดับนานาชาติหลายครั้ง เช่น พ.ศ. 2525 ร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2524 ร่วมแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยเอเชีย ณ เมืองเดกกา ประเทศบังกลาเทศ และพ.ศ. 2523 ร่วมแสดงในนิทรรศการกลุ่ม “ศิลปไทย 80” ณ สถาบันศิลปะหิรัญสมิทธิ์ กรุงเทพมหานคร เขาจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2522 ณ โรงแรมเพรสซิเดนท์ กรุงเทพฯ และจัดแสดงเดี่ยวอีกครั้งในปี พ.ศ. 2523 ณ นครโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา อีกทั้งยังมีนิทรรศการเดี่ยว “Spirit of Commitment” ณ ARDEL Gallery of Modern Art กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งสะท้อนพัฒนาการทางศิลปะในช่วงหลังของเขา
ในปี พ.ศ. 2538 เขาได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้วาดภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของชีวิตศิลปิน ภาพที่ต้องกล่าวถึง ได้แก่ พุดตานบานเรียบผืนคลื่น ดอนไปก่อนเรือจม และ คนบนเรืออู่กลางคลื่น ซึ่งถ่ายทอดเหตุการณ์ในเรื่องอย่างตรงไปตรงมา โดยใช้โทนสีและองค์ประกอบเพื่อสื่อสารเนื้อหาตามบทประพันธ์อย่างชัดเจน เขายังสร้างสรรค์งานจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีป ณ กรุงลอนดอน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งนับเป็นผลงานสำคัญอีกชุดที่สร้างชื่อให้เขาบนเวทีศิลปะนานาชาติ
วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย คือผลงานที่เฉลิมชัยให้ความสำคัญสูงสุด เขาเริ่มโครงการนี้ในปี พ.ศ. 2540 ด้วยความตั้งใจถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสร้างงานศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตน และเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในวโรกาสพระชนมพรรษา 80 พรรษา วัดร่องขุ่นผสานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ความทุ่มเท และศรัทธาในพระพุทธศาสนาของเฉลิมชัยอย่างลึกซึ้ง ปัจจุบันแม้เขาจะหยุดสร้างสรรค์งานขนาดใหญ่ตามที่ประกาศไว้เมื่ออายุครบหกสิบห้าปี แต่ยังคงกำกับงานวัดร่องขุ่นและสร้างผลงานเป็นครั้งคราวในฐานะพื้นที่ภาวนาและการใคร่ครวญด้วยศิลปะ

