<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MOCABANGKOK.COM</title>
	<atom:link href="https://www.mocabangkok.com/language/th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.mocabangkok.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Apr 2026 07:44:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>Grace and Power of Motion (ชุดผลงานไตรภาค)</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/grace-and-power-of-motion-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:59:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[William Barrington-Binns]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3198</guid>

					<description><![CDATA[ประเพณีจะยังดำรงอยู่ได้เช่<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ประเพณีจะยังดำรงอยู่ได้เช่นไร” คำถามนี้เป็นแก่นของ Grace and Power of Motion ผลงานชุดผลงานไตรภาคของวิลเลียม บาร์ริงตัน บินส์ ซึ่งมองโขนในฐานะองค์ความรู้ที่สืบต่ออยู่ในร่างกายของผู้แสดงโขน มากกว่าจะเป็นภาพของประเพณีที่ต้องรักษาไว้ให้คงเดิม ผลงานชุดนี้ไม่ได้มองประเพณีเป็นรูปแบบทางวัฒนธรรมที่หยุดอยู่กับอดีต หากพิจารณาผ่านการฝึกฝน การทบทวน และการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โขนก่อรูปขึ้นจากวินัยและระเบียบแบบแผน ทุกท่วงท่าผ่านการเรียนรู้และการฝึกซ้ำ การรำและการเคลื่อนไหวดำเนินไปตามแบบของตัวละครอย่างเคร่งครัด ความอ่อนช้อยที่ปรากฏล้วนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ชัดเจน ขณะที่ความทรงพลังก็ยังยึดโยงอยู่กับรูปแบบ ท่วงท่าในโขนจึงมีความหมายมากกว่าการเคลื่อนไหว เพราะเป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านความแม่นยำและความใส่ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 ในช่วงเวลาเดียวกับที่โขนได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เดิมทีศิลปินตั้งใจบันทึกภาพการแสดง ทว่าในกระบวนการทำงานกลับพบข้อจำกัด ภาพถ่ายสามารถเก็บรายละเอียดของเครื่องแต่งกายและท่วงท่าได้ แต่ไม่อาจถ่ายทอดการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นแกนสำคัญของโขนได้อย่างครบถ้วน สิ่งที่ขาดหายไปคือจังหวะภายในของร่างกาย และความต่อเนื่องที่ทำให้ทุกท่วงท่ายังคงความแม่นยำไปพร้อมกับการเคลื่อนไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ ศิลปินใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้า เข้าถึงแหล่งข้อมูล และทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ทั้งการขออนุญาตผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การทำงานร่วมกับสถาบันทางวัฒนธรรมและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนการทำงานภายใต้คำแนะนำของครูโขน ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องของทุกท่วงท่าอย่างเคร่งครัด เพราะในโขน การรำคือภาษา แต่ละท่าทางมีความหมายจำเพาะ และต้องอาศัยความแม่นยำในการถ่ายทอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดนี้วิลเลียม บาร์ริงตัน บินส์ จึงพัฒนาวิธีการทางภาพถ่ายที่เปิดให้การเคลื่อนไหวสะสมตัวอยู่ในภาพเดียว เขาใช้การปล่อยแฟลช 17 ถึง 21 ครั้ง ด้วยจังหวะที่กำหนดอย่างแม่นยำ ทำให้ภาพแต่ละชิ้นเกิดจากการเปิดรับแสงหลายครั้งภายในเฟรมเดียว ภาพที่ได้จึงไม่ใช่ภาพนิ่งในความหมายทั่วไป หากเป็นพื้นที่ที่ท่วงท่าต่าง ๆ ย้อนกลับมา ซ้อนทับ และแผ่กระจาย เวลาไม่ได้ถูกหยุด หากถูกบีบอัดให้รวมอยู่ในภาพเดียว สิ่งที่ปรากฏจึงไม่ใช่เพียงเสี้ยวขณะหนึ่ง หากเป็นช่วงเวลาที่ถูกรวบรวมไว้ภายในภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในผลงานชุดนี้ ทั้งจังหวะแสง ท่วงท่า เครื่องประดับ และลำดับของการเคลื่อนไหว ล้วนยังคงเผยให้เห็นร่องรอยของประเพณีที่ก่อตัวผ่านการปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่ในฐานะสัญญะตายตัว เพราะการเคลื่อนไหวได้เปลี่ยนหน้าที่ของมัน ทำให้ความหมายยังคงเปิดอยู่ และสิ่งที่ถูกส่งต่อไม่ใช่เพียงการรักษาไว้ดังเดิม หากยังรวมถึงการตีความขึ้นใหม่ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานทั้งสามชิ้นจัดวางเรียงต่อเนื่องกันบนผนังเดียว โดยนำเสนอตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ ได้แก่ ทศกัณฐ์ นางสีดา และพระราม เมื่อมองจากซ้ายไปขวา จังหวะของงานค่อย ๆ คลี่ไปตามลักษณะของตัวละคร ในภาพของทศกัณฐ์ ท่วงท่าถูกซ้อนทับและสะสมจนเกิดเป็นความหนาแน่นของพลังที่แผ่ขยายออกมาอย่างชัดเจน ในภาพของนางสีดา จังหวะการเคลื่อนไหวผ่อนลง และดำเนินไปอย่างสงบ ส่วนในภาพของพระราม การเคลื่อนไหวค่อย ๆ รวมตัวเข้าสู่ความนิ่งที่มีระเบียบ จนความสมดุลค่อย ๆ ปรากฏผ่านวินัยและการยับยั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Grace and Power of Motion ไม่ได้ทำให้โขนหยุดนิ่งอยู่กับที่ หากชี้ให้เห็นว่า ประเพณียังคงดำรงอยู่ได้ในการเคลื่อนไหว การรำที่ไม่หยุดนิ่ง และร่างกายที่ยังคงเรียนรู้ ทบทวน และถ่ายทอดต่อไป ผลงานชุดนี้จึงย้ำว่า ประเพณีมิได้ดำรงอยู่ด้วยการเก็บรักษาเพียงอย่างเดียว หากยังดำเนินต่อไปได้ในจังหวะของการปฏิบัติที่ไม่เคยหยุดนิ่ง</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟื้อ หริพิทักษ์ กับความจริงของศิลปะนอกกรอบ</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/fua-haripitak-art-beyond-boundaries-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:05:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART STORIES]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3189</guid>

					<description><![CDATA[ศิลปินที่สอบตก เพราะไม่ยอม<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4></h4>
<h4>ศิลปินที่สอบตก เพราะไม่ยอมวาดตามแบบ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อหรือไม่ว่า อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ “ครูใหญ่แห่งวงการศิลปะไทย” ครั้งหนึ่งเคยสอบตกวิชาวาดเขียน เหตุผลนั้นไม่ได้ซับซ้อน เขาไม่ได้วาดไม่ได้ ตรงกันข้าม เขาเป็นนักเรียนที่มีฝีมือโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในรุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขา “เลือกจะไม่วาด” ในแบบที่หลักสูตรกำหนด ชีวิตของเขาจึงเหมือนเป็นการยืนยันซ้ำ ๆ ว่า ความจริงในศิลปะไม่เคยอยู่ในกรอบที่ใครขีดไว้ให้</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของการไม่ยอมอยู่ในกรอบ</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ เกิดในปี พ.ศ. 2453 ที่ธนบุรี เข้าเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง และแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่โดดเด่นตั้งแต่ต้น สอบผ่านแทบทุกวิชา เหลือเพียงก้าวสุดท้ายก่อนจะจบ แต่ในวิชาสุดท้ายที่ต้องวาดภาพหุ่นนิ่ง (Still life) เขากลับวาดภาพนามธรรม (Abstract) ตามความรู้สึกของตนเอง ผลคือสอบตก และตัดสินใจลาออก ทั้งที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวจะจบ การตัดสินใจครั้งนั้นจึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต หากเป็นจุดตั้งต้นของวิธีคิดที่ติดตัวเขามาตลอด ว่าศิลปะไม่อาจมีความจริงได้หากยังถูกจำกัดอยู่ในกรอบที่ผู้อื่นขีดไว้ให้</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">เมื่อศิลปะไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา ชีวิตของเฟื้อพาเขาผ่านความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเขาตกเป็นเชลยศึกอยู่ในค่ายกักกันที่ประเทศอินเดีย แต่แม้ในสภาวะเช่นนั้น เขาก็ยังคงวาดภาพ และยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 จากการประกวดศิลปะภายในค่ายกักกัน ราวกับว่าต่อให้ชีวิตจะคับแค้นเพียงใด การสร้างสรรค์ก็ยังไม่เคยดับลง </span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ความทุกข์ในฐานะวัตถุดิบของการสร้างสรรค์</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาสร้างผลงาน “ค่ายกักกันชาวญี่ปุ่นในป้อมโบราณ” (Japanese Internment Camp, Purana Qila) ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติ กรุงโตเกียว ว่าเป็นหนึ่งในงานคิวบิสม์ยุคต้นของเอเชีย</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การยอมรับ และการยืนยันตัวตน</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังสงคราม เฟื้อกลับมาพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และคว้าเหรียญทองจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติได้ถึง 3 ครั้ง จากผลงาน “เพชรบุรี” ในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2492 “ประกายเพชร” หรือ “มาดามชิต เหรียญประชา” ในครั้งที่ 2 พ.ศ. 2493 และ “หญิงสาวสวมเสื้อคอกลมสีแดง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสือแดง” หรือ “สาวอีตาเลียน” ในครั้งที่ 8 พ.ศ. 2500 จนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรม เส้นทางดังกล่าวค่อย ๆ ตอกย้ำสถานะของเฟื้อในประวัติศาสตร์ศิลปะไทย กระทั่งในปี พ.ศ. 2528 เขาได้รับการประกาศยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ </span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การศึกษาโดยไม่มีวุฒิ แต่มีความเชื่อมั่น</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระหว่างเส้นทางแห่งความสำเร็จนั้นเขาเดินทางไปศึกษาต่อที่ราชบัณฑิตยสถาน กรุงโรม ในปี พ.ศ. 2497 ทั้งที่ไม่มีวุฒิการศึกษาใดติดตัวไปเลย สิ่งเดียวที่เขามี คือจดหมายจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเขียนไว้สั้น ๆ ว่า “เฟื้อเป็นหนึ่งในศิลปินสยามที่ดีที่สุดในยุคสมัยของเรา” และเพียงเท่านั้นก็เพียงพอให้เขาได้รับการยอมรับ</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การอนุรักษ์ในความหมายของเฟื้อ หริพิทักษ์</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดสำคัญของชีวิตเฟื้อไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงหรือความสำเร็จ หากอยู่ที่สิ่งที่เขาเลือกทำเมื่อกลับถึงไทย เขาเลือกเดินเข้าไปในหอไตรปิฎก วัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนับสิบปี จนผู้คนเรียกเขาว่า “ผีหอไตร” </span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ไม่เติม ไม่แต่ง ไม่แทนที่</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาไม่ทาสีใหม่ ไม่เติม ไม่แต่ง และไม่แก้ เขาเพียงค่อย ๆ เช็ดคราบฝุ่นออกทีละชั้นอย่างอดทน เพื่อยกของเดิมขึ้นมา โดยไม่แตะต้องฝีมือของครูช่างในอดีต สำหรับเฟื้อ การวาดทับไม่ใช่การอนุรักษ์ แต่คือการลบสิ่งที่มีอยู่เดิม</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การลอกลาย และการสร้างองค์ความรู้ศิลปะไทย</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาเดียวกัน เขายังเดินทางไปตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อลอกลายจิตรกรรมลงบนกระดาษแก้ว การกระทำเช่นนี้เป็นความพยายามทำความเข้าใจระบบคิด จังหวะเส้น และจิตวิญญาณของครูช่างโบราณอย่างลึกซึ้ง ในยุคที่การศึกษาศิลปะไทยยังไม่ได้รับการจัดวางอย่างเป็นระบบ สิ่งที่เฟื้อทำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานองค์ความรู้ทางศิลปกรรมไทยในเวลาต่อมา</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ศิลปะ ความจริง และการออกจากกรอบ</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ จึงไม่ได้ทิ้งไว้เพียงผลงานศิลปะ หากยังทิ้ง “วิธีคิด” ไว้ให้กับวงการศิลปะไทย ชายผู้เคยสอบตกวิชาวาดเขียนในวันหนึ่ง กลับกลายเป็นครูใหญ่ของวงการศิลปะไทย และบางที การกระโจนออกจากกรอบ อาจไม่ใช่การหลงทาง หากเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นความจริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em><strong>References:</strong></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กฤษณา หงษ์อุเทน. (2568). </span><i><span style="font-weight: 400;">22 เมษายน วันคล้ายวันเกิด เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินแห่งชาติ</span></i><span style="font-weight: 400;">. ศิลปวัฒนธรรม.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต. (2566). </span><i><span style="font-weight: 400;">หอจดหมายเหตุ เฟื้อ หริพิทักษ์ เรื่องเบื้องหลังที่ไม่เคยเล่าของครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ</span></i><span style="font-weight: 400;">. Sarakadee Lite.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">ตัวแน่น. (2566). </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8216;เฟื้อ หริพิทักษ์&#8217; ครูใหญ่ศิลปะไทยที่ชีวิตโลดโผน ศิลปินไส้แห้งอินเลิฟหญิงสูงศักดิ์</span></i><span style="font-weight: 400;">. The People.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยศิลปากร. </span><i><span style="font-weight: 400;">๑๐๐ ปี เฟื้อ หริพิทักษ์ : ชีวิตและผลงาน (A Century of Fua Hariphitak : Life and Works)</span></i><span style="font-weight: 400;">. (E-book).<br />
</span><span style="font-weight: 400;">รัฐพงศ์ เกตุรวม. </span><i><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ : ครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ</span></i><span style="font-weight: 400;">. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. </span><i><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์</span></i><span style="font-weight: 400;">. ฐานข้อมูลภาคีสมาชิก.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">สุรัตน์ โหราชัยกุล และ ณัฐ วัชรคิรินทร์. (2566). </span><i><span style="font-weight: 400;">รำลึกบรมศิลปาจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์</span></i><span style="font-weight: 400;">. สถานีวิทยุจุฬาฯ (Chula Radio Plus).<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Rama IX Art Museum. </span><i><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ | ชีวิตและผลงานคัดลอกจิตรกรรมไทยประเพณี</span></i><span style="font-weight: 400;">.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Thai PBS. (2563). </span><i><span style="font-weight: 400;">ความจริงไม่ตาย: ชีวิตศิลปิน &#8220;เฟื้อ หริพิทักษ์&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;">. (วิดีโอ YouTube).<br />
</span><span style="font-weight: 400;">The Art Auction Center. (2023). </span><i><span style="font-weight: 400;">ชีวิตที่ครบรสดั่งบทละครของ เฟื้อ หริพิทักษ์</span></i><span style="font-weight: 400;">.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Wikipedia. (2024). </span><i><span style="font-weight: 400;">Fua Haripitak</span></i><span style="font-weight: 400;">.<br />
ภาพจาก <em data-start="71" data-end="114">อวบ สาณะเสน 72 ปี: นิทรรศการผลงานศิลปกรรม</em> (2550), ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ.<br />
</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขี่ม้า</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 04:42:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalerm Nakiraks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3167</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชนไก่ 1</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 04:40:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalerm Nakiraks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3162</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>New Beginning</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/new-beginning-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 07:06:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[ART Space]]></category>
		<category><![CDATA[CURU Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[Four Seasons Hotel Bangkok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3128</guid>

					<description><![CDATA[New Beginning : การเริ่มต้<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>New Beginning : การเริ่มต้นใหม่ ผ่านความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ภายใน<br />
นิทรรศการกลุ่มที่รวบรวมผลงานของศิลปิน 4 ท่านจากญี่ปุ่นและไทย ได้แก่ Yuta Okuda, Maho Takahashi, จิดาภา จันทร์สิริสถาพร และ ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</p>
<p>งานจัดแสดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ของไทย นิทรรศการครั้งนี้ชวนมองความหมายของ “การเริ่มต้นใหม่” ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นภายในความรู้สึกนึกคิด จากผลงานจิตรกรรมและกระบวนการทางทัศนศิลป์ร่วมสมัย ศิลปินทั้งสี่ถ่ายทอดเรื่องราวของความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแกนสำคัญของนิทรรศการคือผลงานชุด </span><b>With Gratitude</b><span style="font-weight: 400;"> ของ </span><b>Yuta Okuda</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อจังหวะคุ้นเคยของชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนแปรเปลี่ยนไป ศิลปินหันกลับมาสังเกตโลกภายในของตน และพบว่าการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนสภาวะภายในของตนได้อย่างอ่อนโยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการยังนำเสนอผลงานของศิลปินอีก 3 ท่าน ซึ่งต่างขานรับแนวคิดนี้จากมุมมองเฉพาะของตน </span><b>Maho Takahashi</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจความทรงจำวัยเยาว์และการก่อรูปของอัตลักษณ์ผ่านตัวละคร ANOKO ถ่ายทอดสภาวะภายในอันเปราะบางในห้วงก่อนการแปรเปลี่ยน </span><b>จิดาภา จันทร์สิริสถาพร </b><span style="font-weight: 400;">ใช้ความทรงจำส่วนบุคคล ความรู้สึกทางกาย และประสบการณ์ชีวิต เป็นจุดตั้งต้นในการติดตามร่องรอยของอารมณ์และชวนให้ผู้ชมย้อนกลับมาสำรวจตนเอง ขณะที่ </span><b>ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</b><span style="font-weight: 400;"> มองชีวิตประจำวันผ่านการรับรู้และการไหลผ่านของเวลา ถ่ายทอดบรรยากาศอันละเอียดอ่อนของช่วงขณะก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะก่อตัวขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา </span><b>New Beginning</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่แห่งความสงบ เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้หยุดมองและกลับมาเผชิญกับปัจจุบันขณะด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้น ณ จุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ICONOSTASIS</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/iconostasis-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 06:54:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[ICONOSTASIS]]></category>
		<category><![CDATA[Wayn Traub]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3055</guid>

					<description><![CDATA[ICONOSTASIS เริ่มจากความคิ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ICONOSTASIS เริ่มจากความคิดที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงมาจากความชำนาญ และความชำนาญนั้นเกิดจากการฝึกฝนที่ยาวนานบนฐานของขนบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของนิทรรศการคือ Iconostasis wall ผนังผลงานขนาดใหญ่ที่จัดทำขึ้นใหม่บริเวณทางเข้า ผู้ชมจะเดินผ่านผนังนี้เพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงด้านใน เหมือนการเดินผ่าน “ประตู” ที่พาเราเข้าไปเห็นสิ่งที่อยู่ถัดจากการเลียนแบบ ไปสู่สิ่งที่ศิลปินค่อย ๆ สร้างขึ้นเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกัน ผลงานของนักศึกษาจำนวน 56 ชิ้นที่จัดวางอยู่ด้านบนคือภาพของความตั้งใจและความต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกมือ เดินตามรอยของแนวทางที่ส่งต่อกันมา </span></p>
<p><b>ศิลปินนานาชาติ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;"> • มู พัน (Mu Pan) สหรัฐอเมริกา เชื้อสายจีน</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • อเลสซานโดร ซิโอลเดอร์ (Alessandro Sicioldr) อิตาลี</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • สเตฟาน บลองเกต์ (Stéphane Blanquet) ฝรั่งเศส</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • กี สลับบิงค์ (Guy Slabbinck) เบลเยียม</span></p>
<p><b>ศิลปินไทย</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;"> • กิตติศักดิ์ เทพเกาะ</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • ผดุงศักดิ์ เขียวผ่อง</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • อานนท์ เลิศพูลผล</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • สุวัฒน์ บุญธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมศิลปินรุ่นใหม่ 56 คน ที่ได้รับคัดเลือกผ่านการประกวดระดับประเทศ</span></p>
<p><b>ข้อมูลนิทรรศการ</b><b><br />
</b><b>ชื่อนิทรรศการ</b><span style="font-weight: 400;">: ICONOSTASIS: No Masters, No Icons</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>สถานที่:</b><span style="font-weight: 400;"> MOCA BANGKOK 499 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>ระยะเวลาจัดแสดง:</b><span style="font-weight: 400;"> 8 มีนาคม ถึง 26 เมษายน 2569</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>พิธีเปิดนิทรรศการ:</b> <span style="font-weight: 400;">: 7 มีนาคม 2569 เวลา 14:30 น.</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>เวลาทำการของพิพิธภัณฑ์ฯ: </b><span style="font-weight: 400;">10:00 น. ถึง 18:00 น. (ปิดวันจันทร์)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>การเข้าชม:</b><span style="font-weight: 400;"> รวมอยู่ในบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ปกติ</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พฤกษเทพี 1</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b5-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 09:37:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalood Nimsamer]]></category>
		<category><![CDATA[G Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3026</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นางหน้าปราสาท</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 09:14:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalood Nimsamer]]></category>
		<category><![CDATA[G Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3021</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พันตู</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 04:38:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Prateep Kochabua]]></category>
		<category><![CDATA[2nd Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3016</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชนวนเหตุแห่งการล่มสลาย</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 04:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Prateep Kochabua]]></category>
		<category><![CDATA[2nd Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3011</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
