<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Punn B &#8211; MOCABANGKOK.COM</title>
	<atom:link href="https://www.mocabangkok.com/language/th/author/punn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.mocabangkok.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 May 2026 10:55:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>
	<item>
		<title>TRANSVERSE</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/transverse-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 07:38:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Neu Contemporary]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3234</guid>

					<description><![CDATA[TRANSVERSE: Navigating Eme<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>TRANSVERSE: Navigating Emerging Thai Art</b><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการกลุ่มของ 17 ศิลปินไทยร่วมสมัย ที่ชวนผู้ชมสำรวจทิศทางใหม่ของศิลปะไทยผ่านผลงานที่เคลื่อนผ่านวัสดุ ภาพ ความทรงจำ เทคโนโลยี และประเด็นทางสังคม นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน ถึง 27 กันยายน 2569 ณ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK โดยมี </span><b>ชานน องค์วาสิฎฐ์</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>วิท วรรณไกรโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นภัณฑารักษ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากแนวคิดเรื่องการเคลื่อนผ่านเส้น ตำแหน่ง และพื้นที่ทางวัฒนธรรม นิทรรศการมองศิลปะไทยร่วมสมัยเป็นพื้นที่ของการเปลี่ยนผ่านและการต่อรองความหมาย แทนการนำเสนออัตลักษณ์ไทยในฐานะภาพตายตัว ผลงานในนิทรรศการสะท้อนวิธีที่ศิลปินกลับไปทบทวน ตั้งคำถาม และเรียบเรียงความหมายที่ได้รับสืบต่อมา ผ่านความทรงจำ ประสบการณ์ส่วนตัว มรดกทางวัฒนธรรม และสภาพจริงของปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการนำเสนอผลงานของศิลปิน 17 ได้แก่ </span><b>กาญจน์ นทีวุฒิกุล, อังกฤษ อัจฉริยโสภณ, ฉัตรชัย โนตานนท์, ธนรัช สิริพิเดช, ดีใจ โกสิยพงษ์, วันสว่าง เย็นสบายดี, Buddhaandz, จารุวัฒน์ น้อมรับพร, วีรภัทร สิทธิพล, Lolay, Juli Baker and Summer, ปพนศักดิ์ ละออ, วรรณพล แสนคำ, รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์, กฤช งามสม, ทรัพย์มณี ไชยแสนสุข และ มิตร ใจอินทร์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อจัดแสดงภายใน </span><b>Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK</b><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการนี้จึงมีบริบทของสถานที่อย่างชัดเจน พื้นที่ศิลปะริมแม่น้ำเจ้าพระยาชวนให้ผู้ชมพบศิลปะร่วมสมัยในความสัมพันธ์กับเมือง การเดินทาง และจังหวะของกรุงเทพฯ ในบริบทนี้ ผลงานศิลปะไม่ได้เพียงตั้งอยู่ในพื้นที่ แต่ยังเคลื่อนผ่านพื้นที่นั้น สัมพันธ์กับมุมมองที่หลากหลาย และเปิดวิธีมองใหม่ต่อภูมิทัศน์ของศิลปะไทยร่วมสมัยในปัจจุบัน </span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Grace and Power of Motion (ชุดผลงานไตรภาค)</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/grace-and-power-of-motion-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:59:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[William Barrington-Binns]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3198</guid>

					<description><![CDATA[ประเพณีจะยังดำรงอยู่ได้เช่<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ประเพณีจะยังดำรงอยู่ได้เช่นไร” คำถามนี้เป็นแก่นของ Grace and Power of Motion ผลงานชุดผลงานไตรภาคของวิลเลียม บาร์ริงตัน บินส์ ซึ่งมองโขนในฐานะองค์ความรู้ที่สืบต่ออยู่ในร่างกายของผู้แสดงโขน มากกว่าจะเป็นภาพของประเพณีที่ต้องรักษาไว้ให้คงเดิม ผลงานชุดนี้ไม่ได้มองประเพณีเป็นรูปแบบทางวัฒนธรรมที่หยุดอยู่กับอดีต หากพิจารณาผ่านการฝึกฝน การทบทวน และการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โขนก่อรูปขึ้นจากวินัยและระเบียบแบบแผน ทุกท่วงท่าผ่านการเรียนรู้และการฝึกซ้ำ การรำและการเคลื่อนไหวดำเนินไปตามแบบของตัวละครอย่างเคร่งครัด ความอ่อนช้อยที่ปรากฏล้วนอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ชัดเจน ขณะที่ความทรงพลังก็ยังยึดโยงอยู่กับรูปแบบ ท่วงท่าในโขนจึงมีความหมายมากกว่าการเคลื่อนไหว เพราะเป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านความแม่นยำและความใส่ใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 ในช่วงเวลาเดียวกับที่โขนได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เดิมทีศิลปินตั้งใจบันทึกภาพการแสดง ทว่าในกระบวนการทำงานกลับพบข้อจำกัด ภาพถ่ายสามารถเก็บรายละเอียดของเครื่องแต่งกายและท่วงท่าได้ แต่ไม่อาจถ่ายทอดการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นแกนสำคัญของโขนได้อย่างครบถ้วน สิ่งที่ขาดหายไปคือจังหวะภายในของร่างกาย และความต่อเนื่องที่ทำให้ทุกท่วงท่ายังคงความแม่นยำไปพร้อมกับการเคลื่อนไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ ศิลปินใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้า เข้าถึงแหล่งข้อมูล และทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ทั้งการขออนุญาตผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การทำงานร่วมกับสถาบันทางวัฒนธรรมและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนการทำงานภายใต้คำแนะนำของครูโขน ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องของทุกท่วงท่าอย่างเคร่งครัด เพราะในโขน การรำคือภาษา แต่ละท่าทางมีความหมายจำเพาะ และต้องอาศัยความแม่นยำในการถ่ายทอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดนี้วิลเลียม บาร์ริงตัน บินส์ จึงพัฒนาวิธีการทางภาพถ่ายที่เปิดให้การเคลื่อนไหวสะสมตัวอยู่ในภาพเดียว เขาใช้การปล่อยแฟลช 17 ถึง 21 ครั้ง ด้วยจังหวะที่กำหนดอย่างแม่นยำ ทำให้ภาพแต่ละชิ้นเกิดจากการเปิดรับแสงหลายครั้งภายในเฟรมเดียว ภาพที่ได้จึงไม่ใช่ภาพนิ่งในความหมายทั่วไป หากเป็นพื้นที่ที่ท่วงท่าต่าง ๆ ย้อนกลับมา ซ้อนทับ และแผ่กระจาย เวลาไม่ได้ถูกหยุด หากถูกบีบอัดให้รวมอยู่ในภาพเดียว สิ่งที่ปรากฏจึงไม่ใช่เพียงเสี้ยวขณะหนึ่ง หากเป็นช่วงเวลาที่ถูกรวบรวมไว้ภายในภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในผลงานชุดนี้ ทั้งจังหวะแสง ท่วงท่า เครื่องประดับ และลำดับของการเคลื่อนไหว ล้วนยังคงเผยให้เห็นร่องรอยของประเพณีที่ก่อตัวผ่านการปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่ในฐานะสัญญะตายตัว เพราะการเคลื่อนไหวได้เปลี่ยนหน้าที่ของมัน ทำให้ความหมายยังคงเปิดอยู่ และสิ่งที่ถูกส่งต่อไม่ใช่เพียงการรักษาไว้ดังเดิม หากยังรวมถึงการตีความขึ้นใหม่ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานทั้งสามชิ้นจัดวางเรียงต่อเนื่องกันบนผนังเดียว โดยนำเสนอตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ ได้แก่ ทศกัณฐ์ นางสีดา และพระราม เมื่อมองจากซ้ายไปขวา จังหวะของงานค่อย ๆ คลี่ไปตามลักษณะของตัวละคร ในภาพของทศกัณฐ์ ท่วงท่าถูกซ้อนทับและสะสมจนเกิดเป็นความหนาแน่นของพลังที่แผ่ขยายออกมาอย่างชัดเจน ในภาพของนางสีดา จังหวะการเคลื่อนไหวผ่อนลง และดำเนินไปอย่างสงบ ส่วนในภาพของพระราม การเคลื่อนไหวค่อย ๆ รวมตัวเข้าสู่ความนิ่งที่มีระเบียบ จนความสมดุลค่อย ๆ ปรากฏผ่านวินัยและการยับยั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Grace and Power of Motion ไม่ได้ทำให้โขนหยุดนิ่งอยู่กับที่ หากชี้ให้เห็นว่า ประเพณียังคงดำรงอยู่ได้ในการเคลื่อนไหว การรำที่ไม่หยุดนิ่ง และร่างกายที่ยังคงเรียนรู้ ทบทวน และถ่ายทอดต่อไป ผลงานชุดนี้จึงย้ำว่า ประเพณีมิได้ดำรงอยู่ด้วยการเก็บรักษาเพียงอย่างเดียว หากยังดำเนินต่อไปได้ในจังหวะของการปฏิบัติที่ไม่เคยหยุดนิ่ง</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟื้อ หริพิทักษ์ กับความจริงของศิลปะนอกกรอบ</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/fua-haripitak-art-beyond-boundaries-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:05:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART STORIES]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3189</guid>

					<description><![CDATA[ศิลปินที่สอบตก เพราะไม่ยอม<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4></h4>
<h4>ศิลปินที่สอบตก เพราะไม่ยอมวาดตามแบบ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อหรือไม่ว่า อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ “ครูใหญ่แห่งวงการศิลปะไทย” ครั้งหนึ่งเคยสอบตกวิชาวาดเขียน เหตุผลนั้นไม่ได้ซับซ้อน เขาไม่ได้วาดไม่ได้ ตรงกันข้าม เขาเป็นนักเรียนที่มีฝีมือโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในรุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขา “เลือกจะไม่วาด” ในแบบที่หลักสูตรกำหนด ชีวิตของเขาจึงเหมือนเป็นการยืนยันซ้ำ ๆ ว่า ความจริงในศิลปะไม่เคยอยู่ในกรอบที่ใครขีดไว้ให้</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของการไม่ยอมอยู่ในกรอบ</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ เกิดในปี พ.ศ. 2453 ที่ธนบุรี เข้าเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง และแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่โดดเด่นตั้งแต่ต้น สอบผ่านแทบทุกวิชา เหลือเพียงก้าวสุดท้ายก่อนจะจบ แต่ในวิชาสุดท้ายที่ต้องวาดภาพหุ่นนิ่ง (Still life) เขากลับวาดภาพนามธรรม (Abstract) ตามความรู้สึกของตนเอง ผลคือสอบตก และตัดสินใจลาออก ทั้งที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวจะจบ การตัดสินใจครั้งนั้นจึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต หากเป็นจุดตั้งต้นของวิธีคิดที่ติดตัวเขามาตลอด ว่าศิลปะไม่อาจมีความจริงได้หากยังถูกจำกัดอยู่ในกรอบที่ผู้อื่นขีดไว้ให้</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">เมื่อศิลปะไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา ชีวิตของเฟื้อพาเขาผ่านความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเขาตกเป็นเชลยศึกอยู่ในค่ายกักกันที่ประเทศอินเดีย แต่แม้ในสภาวะเช่นนั้น เขาก็ยังคงวาดภาพ และยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 จากการประกวดศิลปะภายในค่ายกักกัน ราวกับว่าต่อให้ชีวิตจะคับแค้นเพียงใด การสร้างสรรค์ก็ยังไม่เคยดับลง </span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ความทุกข์ในฐานะวัตถุดิบของการสร้างสรรค์</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาสร้างผลงาน “ค่ายกักกันชาวญี่ปุ่นในป้อมโบราณ” (Japanese Internment Camp, Purana Qila) ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติ กรุงโตเกียว ว่าเป็นหนึ่งในงานคิวบิสม์ยุคต้นของเอเชีย</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การยอมรับ และการยืนยันตัวตน</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังสงคราม เฟื้อกลับมาพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และคว้าเหรียญทองจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติได้ถึง 3 ครั้ง จากผลงาน “เพชรบุรี” ในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2492 “ประกายเพชร” หรือ “มาดามชิต เหรียญประชา” ในครั้งที่ 2 พ.ศ. 2493 และ “หญิงสาวสวมเสื้อคอกลมสีแดง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสือแดง” หรือ “สาวอีตาเลียน” ในครั้งที่ 8 พ.ศ. 2500 จนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรม เส้นทางดังกล่าวค่อย ๆ ตอกย้ำสถานะของเฟื้อในประวัติศาสตร์ศิลปะไทย กระทั่งในปี พ.ศ. 2528 เขาได้รับการประกาศยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ </span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การศึกษาโดยไม่มีวุฒิ แต่มีความเชื่อมั่น</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระหว่างเส้นทางแห่งความสำเร็จนั้นเขาเดินทางไปศึกษาต่อที่ราชบัณฑิตยสถาน กรุงโรม ในปี พ.ศ. 2497 ทั้งที่ไม่มีวุฒิการศึกษาใดติดตัวไปเลย สิ่งเดียวที่เขามี คือจดหมายจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งเขียนไว้สั้น ๆ ว่า “เฟื้อเป็นหนึ่งในศิลปินสยามที่ดีที่สุดในยุคสมัยของเรา” และเพียงเท่านั้นก็เพียงพอให้เขาได้รับการยอมรับ</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การอนุรักษ์ในความหมายของเฟื้อ หริพิทักษ์</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดสำคัญของชีวิตเฟื้อไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงหรือความสำเร็จ หากอยู่ที่สิ่งที่เขาเลือกทำเมื่อกลับถึงไทย เขาเลือกเดินเข้าไปในหอไตรปิฎก วัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนับสิบปี จนผู้คนเรียกเขาว่า “ผีหอไตร” </span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ไม่เติม ไม่แต่ง ไม่แทนที่</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาไม่ทาสีใหม่ ไม่เติม ไม่แต่ง และไม่แก้ เขาเพียงค่อย ๆ เช็ดคราบฝุ่นออกทีละชั้นอย่างอดทน เพื่อยกของเดิมขึ้นมา โดยไม่แตะต้องฝีมือของครูช่างในอดีต สำหรับเฟื้อ การวาดทับไม่ใช่การอนุรักษ์ แต่คือการลบสิ่งที่มีอยู่เดิม</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">การลอกลาย และการสร้างองค์ความรู้ศิลปะไทย</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาเดียวกัน เขายังเดินทางไปตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อลอกลายจิตรกรรมลงบนกระดาษแก้ว การกระทำเช่นนี้เป็นความพยายามทำความเข้าใจระบบคิด จังหวะเส้น และจิตวิญญาณของครูช่างโบราณอย่างลึกซึ้ง ในยุคที่การศึกษาศิลปะไทยยังไม่ได้รับการจัดวางอย่างเป็นระบบ สิ่งที่เฟื้อทำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางรากฐานองค์ความรู้ทางศิลปกรรมไทยในเวลาต่อมา</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ศิลปะ ความจริง และการออกจากกรอบ</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ จึงไม่ได้ทิ้งไว้เพียงผลงานศิลปะ หากยังทิ้ง “วิธีคิด” ไว้ให้กับวงการศิลปะไทย ชายผู้เคยสอบตกวิชาวาดเขียนในวันหนึ่ง กลับกลายเป็นครูใหญ่ของวงการศิลปะไทย และบางที การกระโจนออกจากกรอบ อาจไม่ใช่การหลงทาง หากเป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นความจริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em><strong>References:</strong></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กฤษณา หงษ์อุเทน. (2568). </span><i><span style="font-weight: 400;">22 เมษายน วันคล้ายวันเกิด เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินแห่งชาติ</span></i><span style="font-weight: 400;">. ศิลปวัฒนธรรม.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต. (2566). </span><i><span style="font-weight: 400;">หอจดหมายเหตุ เฟื้อ หริพิทักษ์ เรื่องเบื้องหลังที่ไม่เคยเล่าของครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ</span></i><span style="font-weight: 400;">. Sarakadee Lite.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">ตัวแน่น. (2566). </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8216;เฟื้อ หริพิทักษ์&#8217; ครูใหญ่ศิลปะไทยที่ชีวิตโลดโผน ศิลปินไส้แห้งอินเลิฟหญิงสูงศักดิ์</span></i><span style="font-weight: 400;">. The People.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">มหาวิทยาลัยศิลปากร. </span><i><span style="font-weight: 400;">๑๐๐ ปี เฟื้อ หริพิทักษ์ : ชีวิตและผลงาน (A Century of Fua Hariphitak : Life and Works)</span></i><span style="font-weight: 400;">. (E-book).<br />
</span><span style="font-weight: 400;">รัฐพงศ์ เกตุรวม. </span><i><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ : ครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ</span></i><span style="font-weight: 400;">. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. </span><i><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์</span></i><span style="font-weight: 400;">. ฐานข้อมูลภาคีสมาชิก.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">สุรัตน์ โหราชัยกุล และ ณัฐ วัชรคิรินทร์. (2566). </span><i><span style="font-weight: 400;">รำลึกบรมศิลปาจารย์ เฟื้อ หริพิทักษ์</span></i><span style="font-weight: 400;">. สถานีวิทยุจุฬาฯ (Chula Radio Plus).<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Rama IX Art Museum. </span><i><span style="font-weight: 400;">เฟื้อ หริพิทักษ์ | ชีวิตและผลงานคัดลอกจิตรกรรมไทยประเพณี</span></i><span style="font-weight: 400;">.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Thai PBS. (2563). </span><i><span style="font-weight: 400;">ความจริงไม่ตาย: ชีวิตศิลปิน &#8220;เฟื้อ หริพิทักษ์&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;">. (วิดีโอ YouTube).<br />
</span><span style="font-weight: 400;">The Art Auction Center. (2023). </span><i><span style="font-weight: 400;">ชีวิตที่ครบรสดั่งบทละครของ เฟื้อ หริพิทักษ์</span></i><span style="font-weight: 400;">.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">Wikipedia. (2024). </span><i><span style="font-weight: 400;">Fua Haripitak</span></i><span style="font-weight: 400;">.<br />
ภาพจาก <em data-start="71" data-end="114">อวบ สาณะเสน 72 ปี: นิทรรศการผลงานศิลปกรรม</em> (2550), ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ.<br />
</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขี่ม้า</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 04:42:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalerm Nakiraks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3167</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชนไก่ 1</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 04:40:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalerm Nakiraks]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3162</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>New Beginning</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/new-beginning-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 07:06:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[ART Space]]></category>
		<category><![CDATA[CURU Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[Four Seasons Hotel Bangkok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3128</guid>

					<description><![CDATA[New Beginning : การเริ่มต้<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>New Beginning : การเริ่มต้นใหม่ ผ่านความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ภายใน<br />
นิทรรศการกลุ่มที่รวบรวมผลงานของศิลปิน 4 ท่านจากญี่ปุ่นและไทย ได้แก่ Yuta Okuda, Maho Takahashi, จิดาภา จันทร์สิริสถาพร และ ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</p>
<p>งานจัดแสดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ของไทย นิทรรศการครั้งนี้ชวนมองความหมายของ “การเริ่มต้นใหม่” ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นภายในความรู้สึกนึกคิด จากผลงานจิตรกรรมและกระบวนการทางทัศนศิลป์ร่วมสมัย ศิลปินทั้งสี่ถ่ายทอดเรื่องราวของความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแกนสำคัญของนิทรรศการคือผลงานชุด </span><b>With Gratitude</b><span style="font-weight: 400;"> ของ </span><b>Yuta Okuda</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อจังหวะคุ้นเคยของชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนแปรเปลี่ยนไป ศิลปินหันกลับมาสังเกตโลกภายในของตน และพบว่าการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนสภาวะภายในของตนได้อย่างอ่อนโยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการยังนำเสนอผลงานของศิลปินอีก 3 ท่าน ซึ่งต่างขานรับแนวคิดนี้จากมุมมองเฉพาะของตน </span><b>Maho Takahashi</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจความทรงจำวัยเยาว์และการก่อรูปของอัตลักษณ์ผ่านตัวละคร ANOKO ถ่ายทอดสภาวะภายในอันเปราะบางในห้วงก่อนการแปรเปลี่ยน </span><b>จิดาภา จันทร์สิริสถาพร </b><span style="font-weight: 400;">ใช้ความทรงจำส่วนบุคคล ความรู้สึกทางกาย และประสบการณ์ชีวิต เป็นจุดตั้งต้นในการติดตามร่องรอยของอารมณ์และชวนให้ผู้ชมย้อนกลับมาสำรวจตนเอง ขณะที่ </span><b>ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</b><span style="font-weight: 400;"> มองชีวิตประจำวันผ่านการรับรู้และการไหลผ่านของเวลา ถ่ายทอดบรรยากาศอันละเอียดอ่อนของช่วงขณะก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะก่อตัวขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา </span><b>New Beginning</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่แห่งความสงบ เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้หยุดมองและกลับมาเผชิญกับปัจจุบันขณะด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้น ณ จุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ICONOSTASIS</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/iconostasis-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 06:54:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[ICONOSTASIS]]></category>
		<category><![CDATA[Wayn Traub]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3055</guid>

					<description><![CDATA[ICONOSTASIS เริ่มจากความคิ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ICONOSTASIS เริ่มจากความคิดที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงมาจากความชำนาญ และความชำนาญนั้นเกิดจากการฝึกฝนที่ยาวนานบนฐานของขนบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของนิทรรศการคือ Iconostasis wall ผนังผลงานขนาดใหญ่ที่จัดทำขึ้นใหม่บริเวณทางเข้า ผู้ชมจะเดินผ่านผนังนี้เพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงด้านใน เหมือนการเดินผ่าน “ประตู” ที่พาเราเข้าไปเห็นสิ่งที่อยู่ถัดจากการเลียนแบบ ไปสู่สิ่งที่ศิลปินค่อย ๆ สร้างขึ้นเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกัน ผลงานของนักศึกษาจำนวน 56 ชิ้นที่จัดวางอยู่ด้านบนคือภาพของความตั้งใจและความต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกมือ เดินตามรอยของแนวทางที่ส่งต่อกันมา </span></p>
<p><b>ศิลปินนานาชาติ</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;"> • มู พัน (Mu Pan) สหรัฐอเมริกา เชื้อสายจีน</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • อเลสซานโดร ซิโอลเดอร์ (Alessandro Sicioldr) อิตาลี</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • สเตฟาน บลองเกต์ (Stéphane Blanquet) ฝรั่งเศส</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • กี สลับบิงค์ (Guy Slabbinck) เบลเยียม</span></p>
<p><b>ศิลปินไทย</b><b><br />
</b><span style="font-weight: 400;"> • กิตติศักดิ์ เทพเกาะ</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • ผดุงศักดิ์ เขียวผ่อง</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • อานนท์ เลิศพูลผล</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"> • สุวัฒน์ บุญธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมศิลปินรุ่นใหม่ 56 คน ที่ได้รับคัดเลือกผ่านการประกวดระดับประเทศ</span></p>
<p><b>ข้อมูลนิทรรศการ</b><b><br />
</b><b>ชื่อนิทรรศการ</b><span style="font-weight: 400;">: ICONOSTASIS: No Masters, No Icons</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>สถานที่:</b><span style="font-weight: 400;"> MOCA BANGKOK 499 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>ระยะเวลาจัดแสดง:</b><span style="font-weight: 400;"> 8 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>พิธีเปิดนิทรรศการ:</b> <span style="font-weight: 400;">: 7 มีนาคม 2569 เวลา 14:30 น.</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>เวลาทำการของพิพิธภัณฑ์ฯ: </b><span style="font-weight: 400;">10:00 น. ถึง 18:00 น. (ปิดวันจันทร์)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>การเข้าชม:</b><span style="font-weight: 400;"> รวมอยู่ในบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ปกติ</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พฤกษเทพี 1</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b5-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 09:37:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalood Nimsamer]]></category>
		<category><![CDATA[G Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3026</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นางหน้าปราสาท</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 09:14:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Chalood Nimsamer]]></category>
		<category><![CDATA[G Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3021</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พันตู</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jan 2026 04:38:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART COLLECTION]]></category>
		<category><![CDATA[Artists A-Z]]></category>
		<category><![CDATA[Prateep Kochabua]]></category>
		<category><![CDATA[2nd Floor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3016</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
