<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>nott &#8211; MOCABANGKOK.COM</title>
	<atom:link href="https://www.mocabangkok.com/language/th/author/nott/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.mocabangkok.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 03 Dec 2025 11:18:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>
	<item>
		<title>Just Let Me Be</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/just-let-me-be-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2025 04:26:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2462</guid>

					<description><![CDATA[ร่วมเปิดประสบการณ์การชมงาน<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ร่วมเปิดประสบการณ์การชมงานศิลปะ ที่ก้าวข้ามกรอบของความเข้าใจ บางครั้งสิ่งที่งดงามที่สุดไม่จําเป็นต้องใช้ถ้อยคำใด ๆ อธิบาย</p>
<p>“JUST LET ME BE” นิทรรศการศิลปะที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่รวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมจํานวน 50 ชีวิต ถ่ายทอดผ่านหัวใจอันบริสุทธิ์ มุมมอง ความรู้สึก และตัวตน แต่ละชิ้นผลงานเปรียบเสมือนบทสนทนาภายในใจเป็นภาพสะท้อนตัวตนที่ไม่ต้องการคําตีความ แค่ขอให้คุณ “เปิดใจ” และปล่อยให้ศิลปะได้พูดแทนทุกสิ่ง</p>
<p>นี่ไม่ใช่เพียงนิทรรศการ แต่เป็นความรู้สึกจากหัวใจของ 50 ศิลปินผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม ที่ได้มีช่วงเวลาร่วมกันที่ 21/3 Art Studio ก่อนจะนำผลงานมาจัดแสดงในนิทรรศการ “JUST LET ME BE &#8220;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Open Call for Art Competition</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/open-call-for-art-competition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Aug 2025 04:14:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ART STORIES]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2429</guid>

					<description><![CDATA[ขอเชิญนักศึกษาศิลปะทั่วประ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="136" data-end="375">ขอเชิญนักศึกษาศิลปะทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อร่วมแสดงในนิทรรศการ “ICONOSTASIS Wall: Icons of Inspiration” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) ระหว่างวันที่ 7 มีนาคม ถึง 26 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร</p>
<p data-start="377" data-end="595">Full details &amp; guidelines are in the link <br data-start="435" data-end="438" /> No submission fee<br data-start="464" data-end="467" /><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/17.0.2/72x72/1f517.png" alt="🔗" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> <a class="decorated-link" href="https://drive.google.com/drive/folders/1BpPuPOqz__f4ydfNUGDG5qST8m-jaQWB?usp=sharing&amp;utm_source=chatgpt.com" rel="noopener" data-start="470" data-end="593">Open Call Guidelines</a></p>
<p data-start="597" data-end="852">การจัดแสดงผลงาน “Iconostasis Wall” จะรวบรวมผลงานของศิลปินระดับแนวหน้า และต่างประเทศจำนวน 8 ชิ้น (เช่น Mu Pan, Alessandro Sicioldr, Stéphane Blanquet และ ผดุงศักดิ์ เขียวผ่อง) พร้อมด้วยผลงานของนักศึกษาไทยที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 56 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 64 ชิ้น</p>
<p data-start="854" data-end="977">ส่งไฟล์ภาพผลงานพร้อมรายละเอียดได้ที่<br data-start="893" data-end="896" /><a class="decorated-link cursor-pointer" rel="noopener" data-start="896" data-end="928">submission.iconostasis@gmail.com</a><br data-start="928" data-end="931" />ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569</p>
<p data-start="979" data-end="1139">คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาผลงานประกอบด้วยคุณ Wayn Traub<br />
คุณคิด-คณชัย เบญจรงคกุล (ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย) / คุณอุเทน พัฒนานิผล</p>
<p data-start="1141" data-end="1209">ประกาศรายชื่อ 56 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</p>
<p data-start="1211" data-end="1311">สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:<br data-start="1243" data-end="1246" /><a class="decorated-link cursor-pointer" rel="noopener" data-start="1246" data-end="1272">info.iconostasis@gmail.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Moments of Joy</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/the-moments-of-joy-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Jun 2025 09:30:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2475</guid>

					<description><![CDATA[“The Moments of Joy”ภัณฑาร<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="128" data-end="195"><strong data-start="128" data-end="152">“The Moments of Joy”</strong><br data-start="152" data-end="155" />ภัณฑารักษ์: Pimpaween Sunthontammarat</p>
<p data-start="197" data-end="453">เมื่อเราเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ช่วงเวลาแห่งความสุขและความสนุกในวัยเยาว์ก็มักจะเลือนหายไปตามกาลเวลา นิทรรศการศิลปะ <strong data-start="312" data-end="336">“The Moments of Joy”</strong> จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสกับความทรงจำอันเปี่ยมสุขเหล่านั้นอีกครั้ง ผ่านงานศิลปะที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา</p>
<p data-start="455" data-end="832">นิทรรศการกลุ่มนี้เป็นเสมือนการทดลองทางศิลปะที่จุดประกายความสุขในใจของผู้ใหญ่ พร้อมตั้งคำถามอันน่าสนใจว่า: เราจะสามารถเชื่อมโยงกับความสุขอันบริสุทธิ์และไม่ผ่านการกรองแบบในวัยเด็กได้อีกครั้งหรือไม่? ศิลปินแต่ละคนได้ถ่ายทอดช่วงเวลาและเรื่องราวแห่งความปีติที่เป็นแรงบันดาลใจของตนเอง ผ่านรูปแบบและสื่อที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ชมได้ร่วมสัมผัสและซึมซับช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไปด้วยกัน</p>
<p data-start="834" data-end="1050">ผู้ชมจะได้พบกับผลงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จิตรกรรมในเทคนิคต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความเบิกบาน ประติมากรรมที่เปิดมิติใหม่ของความสนุกสนาน ไปจนถึงศิลปะจัดวางที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมมีส่วนร่วม และดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ตรง</p>
<p data-start="1052" data-end="1244"><strong data-start="1052" data-end="1076">“The Moments of Joy”</strong> มุ่งหวังที่จะเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ และการกลับไปสำรวจช่วงเวลาอันมีค่าจากอดีตอีกครั้ง ผ่านมุมมองและการตีความของศิลปินรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และแนวคิดสดใหม่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THE BOOTLEG SHOW</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/the-bootleg-show-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 09:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=1541</guid>

					<description><![CDATA[THE BOOTLEG SHOW มีจุดเริ่<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="124" data-end="383"><strong data-start="124" data-end="144">THE BOOTLEG SHOW</strong> มีจุดเริ่มต้นจากความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติระหว่างกระบวนการผลิตอาร์ตทอย เมื่อศิลปินสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างผลงานที่ผลิตจากโรงงานกับผลงานต้นแบบของตนเอง ซึ่งนำไปสู่คำถามสำคัญว่า “แก่นแท้ของความเป็นต้นฉบับอยู่ที่ใด?”</p>
<p data-start="385" data-end="1155"><strong data-start="385" data-end="418">MRKREME (วรกันต์ จงธนพิพัฒน์)</strong> ศิลปินลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2536 ผสมผสานพื้นฐานด้านการออกแบบอุตสาหกรรมเข้ากับมุมมองทางศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นทางศิลปะของเขาเริ่มต้นจากการสร้างอาร์ตทอย ก่อนจะขยายไปสู่งานจิตรกรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตัวละครหลักในผลงานของเขาคือ “<strong data-start="702" data-end="713">Mushkin</strong>” สัตว์ประหลาดขนฟูที่เกิดจากความผิดเพี้ยนในกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะมาจากมนุษย์ การออกแบบ หรือข้อจำกัดของวัสดุ ล้วนทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ที่ไม่คาดคิด ความผิดเพี้ยนเหล่านี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของนิทรรศการ THE BOOTLEG SHOW และเป็นจุดเริ่มต้นให้ MRKREME ตีความ Mushkin และสัตว์ประหลาดของเขาในรูปแบบใหม่ ๆ พร้อมตั้งคำถามว่า อะไรคือ “ต้นฉบับ” ที่แท้จริง และผู้ชมจะตีความความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร</p>
<p data-start="1157" data-end="1586">ในผลงานชุด “<strong data-start="1169" data-end="1197">Bootleg official version</strong>” MRKREME ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมเรื่องความเป็นต้นฉบับ เขาเชิญผู้อื่นมาร่วมออกแบบ Mushkin จากความทรงจำของตนเอง ซึ่งนำไปสู่การตีความและรูปแบบที่แตกต่างอย่างคาดไม่ถึง ศิลปินได้นำแนวคิดเหล่านั้นมาสร้างให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งด้วย <strong data-start="1421" data-end="1434">ดินน้ำมัน</strong> เป็นวัสดุหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งในด้านสีสันที่สดใสและความสามารถในการปั้นแต่งได้อย่างอิสระ ดินน้ำมันจึงกลายเป็นสื่อแห่งความเป็นไปได้ที่ไร้ขอบเขต</p>
<p data-start="1588" data-end="1902">ขณะเดียวกัน ดินน้ำมันยังสื่อถึง <strong data-start="1620" data-end="1639">ความไม่คงทนถาวร</strong> ด้วยลักษณะที่อ่อนนุ่มและเปลี่ยนรูปได้ง่ายแม้เพียงสัมผัสเบา ๆ ดินน้ำมันจึงสะท้อนถึงธรรมชาติของความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่ง สิ่งที่ปั้นไว้ในตอนนี้อาจแปรเปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในช่วงเวลาต่อมา จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสำรวจศิลปะในฐานะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>
<p data-start="1904" data-end="2307">MRKREME เคยใช้ดินน้ำมันสร้างต้นแบบอาร์ตทอยชิ้นแรกของเขา และในครั้งนี้เขาหันกลับมาใช้วัสดุชนิดเดิมเพื่อสร้างความผิดเพี้ยนโดยเจตนา การเปลี่ยนแปลงรูปทรงที่เกิดขึ้นจากคุณสมบัติของดินน้ำมันปรากฏอยู่ในงานของเขาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และวิดีโออินสตอลเลชัน ซึ่งล้วนแฝงแนวคิดการล้อเลียน (parody) และการนำผลงานมาปรับใช้ใหม่ (appropriation) จนเส้นแบ่งระหว่างต้นฉบับกับผลงานดัดแปลงแทบไม่เหลืออยู่</p>
<p data-start="2309" data-end="2669">นิทรรศการ THE BOOTLEG SHOW นำเสนอ “โรงงาน” ไม่เพียงในฐานะกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม แต่ในฐานะพื้นที่ของการแปรเปลี่ยนเชิงสร้างสรรค์ การผลิต Mushkin ขึ้นใหม่ในหลากหลายรูปแบบ สื่อ และขนาด แสดงให้เห็นว่าข้อจำกัดของโรงงานสามารถนำไปสู่ความเป็นไปได้ทางศิลปะที่ไม่เคยคาดคิด ความไม่สมบูรณ์แบบจากการผลิตจำนวนมากไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่คือโอกาสในการสร้างสรรค์และตีความใหม่</p>
<p data-start="2671" data-end="3134">นิทรรศการนี้เฉลิมฉลอง “การลอกเลียน” (<em data-start="2708" data-end="2721">bootlegging</em>) ในฐานะพลังสร้างสรรค์ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยเปลี่ยนความผิดเพี้ยนและการตีความใหม่ให้กลายเป็นเครื่องมือของการเติบโตทางศิลปะ MRKREME โอบรับทั้งความผิดเพี้ยนโดยบังเอิญและการเลียนแบบโดยเจตนา ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นต้นฉบับกับการแปรรูปใหม่ค่อย ๆ เลือนหาย ผู้ชมถูกเชิญชวนให้ตั้งคำถามต่อความหมายของ “ต้นฉบับ” และ “ความไม่สมบูรณ์แบบ” พร้อมเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนมีส่วนร่วมกับจินตนาการของตนเองใน THE BOOTLEG SHOW</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัตว์เลี้ยงรูปด้วยนม</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/mammals/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 07:55:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=1538</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อประมาณ 500 ล้านปีก่อน<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="231" data-end="786">เมื่อประมาณ 500 ล้านปีก่อน หัวใจดวงแรกเริ่มทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปทั่วร่างกาย ระบบขนส่งอันทรงประสิทธิภาพนี้เปิดทางให้อวัยวะอื่น ๆ วิวัฒนาการขึ้นมา และต้องพึ่งพาการทำงานของหัวใจเป็นหลัก เมื่อหัวใจหยุดทำงาน กระบวนการทั้งหมดของร่างกายก็สิ้นสุดลง การเลี้ยงลูกด้วยนมถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวิวัฒนาการ ที่ผสานการเลี้ยงดู การปรับตัว และการแก้ปัญหาเข้าด้วยกัน แม้จะไม่ใช่กระบวนการที่ง่ายดาย แต่บรรพบุรุษของเรายังคงรักษาความสามารถอันล้ำค่านี้ไว้ หรือที่เรียกว่า “เลือดสีขาวจากหัวใจ” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของมันในการรักษาชีวิตและสายพันธุ์ไว้ได้อย่างมั่นคง</p>
<p data-start="788" data-end="1506">วิษณุพงษ์ หนูนันท์ หยิบ “หัวใจ” มาใช้เป็นสัญลักษณ์หลักในการพูดถึงวิวัฒนาการ เพื่อสื่อถึงการพัฒนา การปรับตัว และกระบวนการทางชีววิทยา ผลงานของเขาสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชีวิต การเสียสละ และการเปลี่ยนผ่าน โดยเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้และการปรับตัว มากกว่าการเอาชนะด้วยพลังอำนาจ การเลือกใช้ขนาด 1:4 ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อความสัมพันธ์ของชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางและการพึ่งพาซึ่งกันและกันของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง โดยไม่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างมีรูปแบบการปรับตัวและความสำเร็จในแบบของตน ผลงานแต่ละชิ้นจึงเชื่อมโยงความเข้าใจทั้งในเชิงวัฒนธรรมและชีววิทยาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ผ่านศิลปะ วิษณุพงษ์สามารถเปิดเผยความเชื่อมโยงที่มองไม่เห็น และสร้างช่วงเวลาที่ต้องการการทำความเข้าใจในแบบสหศาสตร์</p>
<p data-start="1508" data-end="1962">แนวคิด “เลียนแบบธรรมชาติ” และ “เรียนรู้ผ่านคำถาม” คือแก่นสำคัญของนิทรรศการนี้ ธรรมชาติใช้เวลาหลายพันล้านปีในการทดลองและปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาระบบที่ซับซ้อน นิทรรศการจึงเชื้อเชิญผู้ชมให้กลับมาตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติอีกครั้ง ในยุคที่หาคำตอบได้ง่ายดาย แต่คำถามที่แท้จริงกลับกลายเป็นของหายาก เพราะทุกนวัตกรรมที่แท้จริง ล้วนเริ่มต้นจากคำถามข้อแรก เช่นเดียวกับต้นกำเนิดของ “ชีวิต” ที่นำไปสู่การวิวัฒน์ของ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ในท้ายที่สุด</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UNTAMED MELODY PART 2</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/untamed-melody-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2025 18:08:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=1534</guid>

					<description><![CDATA[นิทรรศการนี้เป็นบทสะท้อนถึ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="71" data-end="519">นิทรรศการนี้เป็นบทสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม แรงบันดาลใจจากความสนใจในพฤติกรรมมนุษย์อันซับซ้อน ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ จึงใช้ผลงานชุดนี้ในการสำรวจว่า การกระทำของเราทั้งที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์หรือแรงบริโภคนิยม ได้ส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่มากเพียงใด ผ่านภาพพอร์ตเทรตและผลงานเชิงแนวคิด เขาตั้งคำถามต่อผลลัพธ์ของความปรารถนาที่ไร้ขีดจำกัด และความเชื่อมโยงของมันกับปัญหาระดับโลกที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p data-start="521" data-end="877">สุภาษิตไทย “ร้อยพ่อ พันแม่” สื่อถึงการรวมตัวกันของผู้คนจากหลากหลายที่มา ซึ่งล้วนมีภูมิหลัง ความคิด และวิถีชีวิตแตกต่างกันไป ไทวิจิตนำวลีนี้มาใช้เป็นจุดตั้งต้นของชุดภาพพอร์ตเทรตอันเปี่ยมจินตนาการ ถ่ายทอดบุคคลซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของโลก ภาพเหล่านี้สะท้อนพลังอันยิ่งใหญ่ของจิตใจมนุษย์ ที่สามารถทั้งสร้างสรรค์และทำลายสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p data-start="879" data-end="1186">เมื่อมนุษย์พัฒนาเกินความต้องการพื้นฐาน ชีวิตก็ก้าวเข้าสู่ความซับซ้อนใหม่ แต่เมื่อความโลภไร้การควบคุม ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการทำลายตนเองและโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลงานของไทวิจิตจึงบันทึกแรงตึงระหว่างการสร้างและการทำลาย เตือนให้เราตระหนักถึงสมดุลที่เปราะบาง และชวนตั้งคำถามต่อผลกระทบที่เราได้ทิ้งไว้กับโลกใบนี้</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NONENTITY 2nd</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/nonentity-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2025 08:18:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=1532</guid>

					<description><![CDATA[A big moment in my life ca<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">A big moment in my life came when I fell in love with art and gave my heart and soul to it without hesitation. Drawing, sculpture, and printing have always brought me joy. Over the years, I have often wondered about the meaning behind what I think and create. After 30 years as an artist, I still ask myself why I do this and what I am aiming for. The truth is, I do it because I love it. Just being able to keep creating is enough to make me happy, and I have poured nearly all my time and energy into this passion.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">I have come to realize that imagination matters more than just thinking things through because creativity always comes first. And when it comes to creating art, I care more about the emotions, the beauty, and the honesty behind the work than about any particular concept. Deep down, I believe that what truly lasts in art—the part that speaks to people—is the emotion and feeling, not the ideas. The form of the artwork is just a way to convey this imagined image, which exists beyond time, language, and rules.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">I think this is what I have been searching for in art all along. It is like how I felt when I first fell in love with art over 40 years ago, and that feeling has stuck with me ever since. No matter how my work changes, those feelings will remain sincere.</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Untamed Melody Part I</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/untamed-melody-part-i-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Dec 2024 10:50:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2477</guid>

					<description><![CDATA[“Untamed Melody” Part Iภัณ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="201" data-end="303"><strong data-start="201" data-end="228">“Untamed Melody” Part I</strong><br data-start="228" data-end="231" />ภัณฑารักษ์: <strong data-start="243" data-end="265">ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช</strong><br data-start="265" data-end="268" />ศิลปิน: <strong data-start="276" data-end="303">ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</strong></p>
<p data-start="305" data-end="639">นิทรรศการนี้คือการสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดเริ่มต้นจากความสนใจของศิลปินต่อความซับซ้อนในพฤติกรรมของมนุษย์ <strong data-start="456" data-end="483">ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</strong> ใช้ผลงานชุดนี้เป็นพื้นที่ในการสำรวจว่า การกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากพลังแห่งการสร้างสรรค์ หรือแรงผลักจากการบริโภค ส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่เช่นไร</p>
<p data-start="641" data-end="796">ผ่านภาพเหมือนและผลงานแนวความคิด ศิลปินได้สำรวจผลลัพธ์ของความปรารถนาอันไร้ขอบเขต และตั้งคำถามถึงบทบาทของมนุษย์ต่อปัญหาเชิงระบบที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p data-start="798" data-end="1099">สุภาษิตไทยที่ว่า <strong data-start="815" data-end="834">“ร้อยพ่อ พันแม่”</strong> สะท้อนถึงการรวมตัวของผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง ความคิด และรูปแบบการใช้ชีวิต ผลงานภาพเหมือนของไทวิจิต คือการรังสรรค์บุคคลในจินตนาการ ผู้มีบทบาทในการกำหนดและเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดยสื่อถึงศักยภาพอันมหาศาลของจิตมนุษย์  ที่สามารถก่อกำเนิดทั้งการสร้างสรรค์ และการทำลายล้าง</p>
<p data-start="1101" data-end="1429">ในขณะที่มนุษย์ได้พัฒนาไปไกลเกินความต้องการพื้นฐาน ความเจริญกลับมาพร้อมกับความเปราะบาง เมื่อความโลภไม่ถูกควบคุม ผลลัพธ์ย่อมหนีไม่พ้นการทำลายตนเองและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ผลงานในนิทรรศการนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างการสร้างและการทำลาย ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่เราทุกคนมีต่อโลก และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับศักยภาพของเราเอง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NO HEART HERE</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/no-heart-here-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Sep 2024 09:30:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COLLECTIONS & EXHIBITIONS]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary exhibtion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=1530</guid>

					<description><![CDATA[‘No Heart Here’ โดย ก้องกา<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="0" data-end="199">‘No Heart Here’ โดย ก้องกาน ศิลปินไทยที่เปรียบเสมือนตัวแทนของศิลปะเหนือจริงยุคใหม่ ที่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้รักศิลปะทั่วโลกด้วยความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ในการผสมผสานระหว่างความจริงและจินตนาการ</p>
<p data-start="201" data-end="530">นิทรรศการนี้เชิญชวนผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งความฝันของก้องกาน ซึ่งภาพที่คุ้นเคยอย่างทุ่งหญ้า ท้องฟ้าดาวเต็มฟ้า และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง กลายเป็นสัญลักษณ์แทนการสำรวจจิตใจและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง นิทรรศการพาเราลงลึกถึงความซับซ้อนของชีวิตในยุคสมัยใหม่ โดยแสดงให้เห็นถึงความแยกจากกันระหว่างร่างกายและจิตใจ รวมถึงบทสนทนาในใจที่มักไม่ถูกเปิดเผย</p>
<p data-start="532" data-end="971" data-is-last-node="" data-is-only-node="">ด้วยภาพที่โดดเด่นและมีเนื้อหาที่กระตุ้นความคิด ศิลปะของก้องกานโดดเด่นด้วยเทคนิค “teleport art” ที่ผสมผสานผืนผ้าใบซ้อนกัน ภาพเหล่านี้เผยให้เห็นฉากที่น่าหลงใหลและเหนือจริง องค์ประกอบเหล่านี้ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงธรรมชาติของความจริงและจินตนาการ ด้วยการผสานวัฒนธรรมป็อปเข้ากับแนวคิดศิลปะลึกซึ้ง ก้องกานสร้างสรรค์ผลงานที่ทั้งเข้าถึงง่ายและมีความหมายลึกซึ้ง นิทรรศการนี้ยังนับเป็นนิทรรศการเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบสามปีของเขาในประเทศไทยด้วย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MISFIT</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/misfit-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Aug 2024 10:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2479</guid>

					<description><![CDATA[Misfit ถ่ายทอดเรื่องราวการ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="80" data-end="432"><strong data-start="80" data-end="90">Misfit</strong> ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของ <strong data-start="121" data-end="146">เพลินจันทร์ วิญญรัตน์</strong> หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ &#8220;<strong data-start="173" data-end="180">มุก</strong>&#8221; ศิลปินสิ่งทอที่เริ่มเป็นที่รู้จักในสังคมไทยจากผลงานการออกแบบผ้าทอเชิงพาณิชย์ที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ แม้จะได้รับคำชื่นชมตั้งแต่ช่วงแรก แต่มุกมักรู้สึกว่าเธอเป็น &#8220;คนนอก&#8221; ต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างศิลปินกับนักออกแบบภายใต้กรอบค่านิยมทางวัฒนธรรมและสังคม</p>
<p data-start="434" data-end="696">ตั้งแต่โรงเรียนประถม โรงเรียนประจำในอังกฤษ มหาวิทยาลัย Central Saint Martins ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกับชาวเขาในภาคเหนือของไทย จนถึงการเข้าสู่วงการศิลปะร่วมสมัย เส้นทางของเธอคือการค้นหาตัวตนอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งก็ต้องเผชิญกับการถูกกันออกจากพื้นที่หลัก</p>
<p data-start="698" data-end="988">ผลงานใน <strong data-start="706" data-end="716">Misfit</strong> จึงไม่ใช่เพียงวัตถุทางศิลปะ แต่เป็นเส้นด้ายแห่งเรื่องราวที่ถักทอจากชีวิตและพัฒนาการทางความคิดของมุกในฐานะศิลปิน การใช้วัสดุรีไซเคิล ลวดลายที่ซับซ้อน และเทคนิคทดลอง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ สะท้อนถึงการตั้งคำถามกับมาตรฐานความงาม และการไม่ยอมจำนนต่อกรอบความคิดที่มีอยู่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
