<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Temporary Exhibition &#8211; MOCABANGKOK.COM</title>
	<atom:link href="https://www.mocabangkok.com/category/four-seasons-art-space-th/temporary-exhibition-th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.mocabangkok.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 14 Mar 2026 07:06:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>New Beginning</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/new-beginning-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 07:06:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[ART Space]]></category>
		<category><![CDATA[CURU Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[Four Seasons Hotel Bangkok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3128</guid>

					<description><![CDATA[New Beginning : การเริ่มต้<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>New Beginning : การเริ่มต้นใหม่ ผ่านความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ภายใน<br />
นิทรรศการกลุ่มที่รวบรวมผลงานของศิลปิน 4 ท่านจากญี่ปุ่นและไทย ได้แก่ Yuta Okuda, Maho Takahashi, จิดาภา จันทร์สิริสถาพร และ ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</p>
<p>งานจัดแสดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ของไทย นิทรรศการครั้งนี้ชวนมองความหมายของ “การเริ่มต้นใหม่” ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นภายในความรู้สึกนึกคิด จากผลงานจิตรกรรมและกระบวนการทางทัศนศิลป์ร่วมสมัย ศิลปินทั้งสี่ถ่ายทอดเรื่องราวของความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแกนสำคัญของนิทรรศการคือผลงานชุด </span><b>With Gratitude</b><span style="font-weight: 400;"> ของ </span><b>Yuta Okuda</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อจังหวะคุ้นเคยของชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนแปรเปลี่ยนไป ศิลปินหันกลับมาสังเกตโลกภายในของตน และพบว่าการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนสภาวะภายในของตนได้อย่างอ่อนโยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการยังนำเสนอผลงานของศิลปินอีก 3 ท่าน ซึ่งต่างขานรับแนวคิดนี้จากมุมมองเฉพาะของตน </span><b>Maho Takahashi</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจความทรงจำวัยเยาว์และการก่อรูปของอัตลักษณ์ผ่านตัวละคร ANOKO ถ่ายทอดสภาวะภายในอันเปราะบางในห้วงก่อนการแปรเปลี่ยน </span><b>จิดาภา จันทร์สิริสถาพร </b><span style="font-weight: 400;">ใช้ความทรงจำส่วนบุคคล ความรู้สึกทางกาย และประสบการณ์ชีวิต เป็นจุดตั้งต้นในการติดตามร่องรอยของอารมณ์และชวนให้ผู้ชมย้อนกลับมาสำรวจตนเอง ขณะที่ </span><b>ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</b><span style="font-weight: 400;"> มองชีวิตประจำวันผ่านการรับรู้และการไหลผ่านของเวลา ถ่ายทอดบรรยากาศอันละเอียดอ่อนของช่วงขณะก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะก่อตัวขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา </span><b>New Beginning</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่แห่งความสงบ เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้หยุดมองและกลับมาเผชิญกับปัจจุบันขณะด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้น ณ จุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THAIPOGRAPHY</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/thaipography-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 11:07:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2970</guid>

					<description><![CDATA[นิทรรศการ “THAIPOGRAPHY” น<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการ </span><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><b>THAIPOGRAPHY</b><i><span style="font-weight: 400;">”</span></i><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการกลุ่มที่สำรวจความงดงามของอัตลักษณ์ไทยผ่านตัวอักษร ภาษา และรูปทรงทางทัศนศิลป์ โดยนำเสนอผลงานจาก 15 ศิลปิน จากหลากหลายแขนง นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ </span><b>13 ธันวาคม 2568 ถึง 22 มีนาคม 2569</b><span style="font-weight: 400;"> ณ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK ภัณฑารักษ์ </span><b>คิด เบญจรงคกุล และ กมลกร รักษ์อาจ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการ </span><b>THAIPOGRAPHY</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจพลังแห่งอักษรไทย การออกแบบตัวอักษร และภาษา ในฐานะที่เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร หากเป็น “สัญลักษณ์ที่มีชีวิต” ที่บรรจุอัตลักษณ์ ความทรงจำ และอารมณ์ความรู้สึก ตัวอักษรไทยเป็นองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานนับศตวรรษ และยังคงปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลและกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ตัวอักษรแปรสภาพเป็นลวดลาย รหัส และรูปแบบการแสดงออกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของถ้อยคำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลปินจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม งานจัดวาง ภาพพิมพ์ ศิลปะดิจิทัล ประติมากรรม หรือสื่อผสม ถูกเชิญให้ตีความตัวอักษรไทยใหม่อีกครั้ง ในฐานะทั้งเนื้อหาและวัสดุของการสร้างสรรค์ ผลงานแต่ละชิ้นสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตนของศิลปิน ขณะเดียวกันก็ร่วมขับเคลื่อนคำถามร่วมสมัยว่า “ภาษา” ได้หล่อหลอมประสบการณ์และตัวตนของผู้คนอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการนี้ยังตั้งใจให้ผู้ชมก้าวข้ามจากการเฝ้าสังเกตไปสู่การมีส่วนร่วม ผ่านการปฏิสัมพันธ์ การตอบสนอง และการฝาก “เสียง” ของตนลงในพื้นที่จัดแสดง เพื่อให้หอศิลป์กลายเป็นพื้นที่ที่ตัวอักษรเผยความหมาย จังหวะ และอารมณ์ได้อย่างมีชีวิตชีวา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเฉลิมฉลองตัวอักษรไทยในบริบทของศิลปะร่วมสมัยนี้ จึงเปรียบเสมือนการทวงคืนพลังของภาษาในฐานะพลังขับเคลื่อนที่มีพลวัต เชื่อมโยงมรดกกับนวัตกรรม ประเพณีกับการทดลอง และความเป็นปัจเจกเข้ากับอัตลักษณ์ร่วมของสังคมไทยในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลปิน:</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">ADD Peerapat, Aphist Sid, Artsaveworld, BAMBAMMS, Beejoir X Gong, BLACKBUZZ, Kanrapee, Komsan Phetsit, LuckyLeg, Naraphat Sakarthornsap, Natnapat Kullananant, PHAYANCHANA, Sornchai Phongsa, Teerapon Sisung, Tunlaya Dunn</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Unveiling Leather: Modularity</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/unveiling-leather-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Sep 2025 09:29:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[leather]]></category>
		<category><![CDATA[Mixed media]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2541</guid>

					<description><![CDATA[กรุงเทพฯ, วันเสาร์ที่ 20 ก<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>กรุงเทพฯ, วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 – MOCA BANGKOK และ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River ร่วมมือกับ Archives Design</b><span style="font-weight: 400;"> ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการ </span><i><span style="font-weight: 400;">“Unveiling Leather: The Language of Modularity”</span></i><span style="font-weight: 400;"> นำเสนอแนวคิดใหม่ที่มองเครื่องหนังไม่ได้เป็นเพียงแค่วัสดุ แต่เป็นภาษาของการออกแบบที่สามารถหล่อหลอมสภาพแวดล้อม สะท้อนชีวิต และเปิดประเด็นใหม่ระหว่างรูปทรง ประโยชน์ใช้สอย และความงาม นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึง 7 ธันวาคม 2568 ณ Four Seasons ART Space by MOCA BANGKOK, โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok โดยมีคิด เบญจรงคกุล และ วธัญญู พิกุลสวัสดิ์ (Jay Pikulsawad) เป็นภัณฑารักษ์ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">Unveiling Leather: The Language of Modularity</span></i><span style="font-weight: 400;"> เจาะลึกถึงการสร้างสรรค์งานเครื่องหนังทั้งในรูปแบบสองมิติและสามมิติ โดยนำเสนอแนวคิดเรื่อง “ความเป็นโมดูลาร์” (modularity) ซึ่งก็คือความยืดหยุ่น หรือความสามารถในการปรับเปลี่ยน ผ่านหลักการออกแบบที่เน้นสัดส่วนและความชัดเจนแบบสมัยใหม่ เพื่อสำรวจว่ารูปทรงที่ปรับเปลี่ยนได้นั้นสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และชีวิตได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในนิทรรศการกลุ่มครั้งนี้ ศิลปินทั้ง 7 คน ได้แก่ </span><b>Francois Weiss, ลัทธพล ก่อเกียรติตระกูล, ปานพรรณ ยอดมณี, สมิตา รุ่งขวัญศิริโรจน์, Soichiro Shimizu, ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ และ Trey Hurst</b><span style="font-weight: 400;"> ได้นำเสนอมุมมองที่หลากหลายต่อวัสดุชนิดนี้ ในมือของพวกเขาเครื่องหนังไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงพื้นผิวเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงสร้างที่สร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ระหว่างความแม่นยำและความลื่นไหล ไม่ว่าจะถูกขึงเป็นแผง เย็บเป็นตาราง พับให้มีมิติ หรือซ้อนกันเป็นลวดลาย แต่ละการสร้างสรรค์ได้เปลี่ยนเครื่องหนังให้กลายเป็น &#8220;โมดูล&#8221; หรือหน่วยการประกอบที่สามารถทำซ้ำและปรับเปลี่ยนได้ บางคนเน้นความชัดเจนด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สะท้อนสัดส่วนทางสถาปัตยกรรม ในขณะที่บางคนปล่อยให้คุณสมบัติของวัสดุได้โค้งงอและบิดตัว เพื่อสื่อถึงผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานทั้งหมดสะท้อนการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมร่วมสมัยและทักษะช่างฝีมือ หนังจึงก้าวข้ามข้อจำกัดของหัตถศิลป์และปรากฏในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ประติมากรรม งานถักสาน ไปจนถึงงานจิตรกรรม พร้อมถ่ายทอดทั้งการใช้งานและอารมณ์ ผลงานทุกชิ้นเริ่มต้นจากความชื่นชมในวัสดุและความเคารพต่อทักษะที่สืบทอดมา ขณะเดียวกันก็ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย โดยรวม นิทรรศการนี้นำเสนอหนังในฐานะวัสดุมีชีวิตที่สามารถเก็บความทรงจำ ถ่ายทอดสัดส่วน และก่อร่างความคิดใหม่ ๆ ผู้ชมจึงได้รับเชิญให้สัมผัสหนังในฐานะภาษาการออกแบบที่เชื่อมโยงวัสดุ ผู้สร้าง และชีวิตร่วมสมัยเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">#MOCAFSArtspace #unveilingleather #mocabangkok #FsBangkok #archivesdesign #ThaiContemporaryArt #ArtAndDesign #BangkokExhibition #BangkokArt</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</span></p>
<p><b>ระยะเวลาจัดนิทรรศการ</b><span style="font-weight: 300;">: วันที่ </span><i><span style="font-weight: 300;">20 กันยายน – 7 ธันวาคม 2568</span></i></p>
<p><b>สถานที่จัดแสดง: </b><i><span style="font-weight: 300;">Four Seasons </span></i><i><span style="font-weight: 300;">ART Space, โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok</span></i></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Moments of Joy</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/the-moments-of-joy-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Jun 2025 09:30:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2475</guid>

					<description><![CDATA[“The Moments of Joy”ภัณฑาร<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="128" data-end="195"><strong data-start="128" data-end="152">“The Moments of Joy”</strong><br data-start="152" data-end="155" />ภัณฑารักษ์: Pimpaween Sunthontammarat</p>
<p data-start="197" data-end="453">เมื่อเราเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ช่วงเวลาแห่งความสุขและความสนุกในวัยเยาว์ก็มักจะเลือนหายไปตามกาลเวลา นิทรรศการศิลปะ <strong data-start="312" data-end="336">“The Moments of Joy”</strong> จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสกับความทรงจำอันเปี่ยมสุขเหล่านั้นอีกครั้ง ผ่านงานศิลปะที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา</p>
<p data-start="455" data-end="832">นิทรรศการกลุ่มนี้เป็นเสมือนการทดลองทางศิลปะที่จุดประกายความสุขในใจของผู้ใหญ่ พร้อมตั้งคำถามอันน่าสนใจว่า: เราจะสามารถเชื่อมโยงกับความสุขอันบริสุทธิ์และไม่ผ่านการกรองแบบในวัยเด็กได้อีกครั้งหรือไม่? ศิลปินแต่ละคนได้ถ่ายทอดช่วงเวลาและเรื่องราวแห่งความปีติที่เป็นแรงบันดาลใจของตนเอง ผ่านรูปแบบและสื่อที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ชมได้ร่วมสัมผัสและซึมซับช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไปด้วยกัน</p>
<p data-start="834" data-end="1050">ผู้ชมจะได้พบกับผลงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จิตรกรรมในเทคนิคต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความเบิกบาน ประติมากรรมที่เปิดมิติใหม่ของความสนุกสนาน ไปจนถึงศิลปะจัดวางที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมมีส่วนร่วม และดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ตรง</p>
<p data-start="1052" data-end="1244"><strong data-start="1052" data-end="1076">“The Moments of Joy”</strong> มุ่งหวังที่จะเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ และการกลับไปสำรวจช่วงเวลาอันมีค่าจากอดีตอีกครั้ง ผ่านมุมมองและการตีความของศิลปินรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และแนวคิดสดใหม่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Untamed Melody Part I</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/untamed-melody-part-i-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Dec 2024 10:50:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2477</guid>

					<description><![CDATA[“Untamed Melody” Part Iภัณ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="201" data-end="303"><strong data-start="201" data-end="228">“Untamed Melody” Part I</strong><br data-start="228" data-end="231" />ภัณฑารักษ์: <strong data-start="243" data-end="265">ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช</strong><br data-start="265" data-end="268" />ศิลปิน: <strong data-start="276" data-end="303">ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</strong></p>
<p data-start="305" data-end="639">นิทรรศการนี้คือการสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดเริ่มต้นจากความสนใจของศิลปินต่อความซับซ้อนในพฤติกรรมของมนุษย์ <strong data-start="456" data-end="483">ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</strong> ใช้ผลงานชุดนี้เป็นพื้นที่ในการสำรวจว่า การกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากพลังแห่งการสร้างสรรค์ หรือแรงผลักจากการบริโภค ส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่เช่นไร</p>
<p data-start="641" data-end="796">ผ่านภาพเหมือนและผลงานแนวความคิด ศิลปินได้สำรวจผลลัพธ์ของความปรารถนาอันไร้ขอบเขต และตั้งคำถามถึงบทบาทของมนุษย์ต่อปัญหาเชิงระบบที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p data-start="798" data-end="1099">สุภาษิตไทยที่ว่า <strong data-start="815" data-end="834">“ร้อยพ่อ พันแม่”</strong> สะท้อนถึงการรวมตัวของผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง ความคิด และรูปแบบการใช้ชีวิต ผลงานภาพเหมือนของไทวิจิต คือการรังสรรค์บุคคลในจินตนาการ ผู้มีบทบาทในการกำหนดและเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดยสื่อถึงศักยภาพอันมหาศาลของจิตมนุษย์  ที่สามารถก่อกำเนิดทั้งการสร้างสรรค์ และการทำลายล้าง</p>
<p data-start="1101" data-end="1429">ในขณะที่มนุษย์ได้พัฒนาไปไกลเกินความต้องการพื้นฐาน ความเจริญกลับมาพร้อมกับความเปราะบาง เมื่อความโลภไม่ถูกควบคุม ผลลัพธ์ย่อมหนีไม่พ้นการทำลายตนเองและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ผลงานในนิทรรศการนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างการสร้างและการทำลาย ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่เราทุกคนมีต่อโลก และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับศักยภาพของเราเอง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MISFIT</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/misfit-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Aug 2024 10:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2479</guid>

					<description><![CDATA[Misfit ถ่ายทอดเรื่องราวการ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="80" data-end="432"><strong data-start="80" data-end="90">Misfit</strong> ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของ <strong data-start="121" data-end="146">เพลินจันทร์ วิญญรัตน์</strong> หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ &#8220;<strong data-start="173" data-end="180">มุก</strong>&#8221; ศิลปินสิ่งทอที่เริ่มเป็นที่รู้จักในสังคมไทยจากผลงานการออกแบบผ้าทอเชิงพาณิชย์ที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ แม้จะได้รับคำชื่นชมตั้งแต่ช่วงแรก แต่มุกมักรู้สึกว่าเธอเป็น &#8220;คนนอก&#8221; ต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างศิลปินกับนักออกแบบภายใต้กรอบค่านิยมทางวัฒนธรรมและสังคม</p>
<p data-start="434" data-end="696">ตั้งแต่โรงเรียนประถม โรงเรียนประจำในอังกฤษ มหาวิทยาลัย Central Saint Martins ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกับชาวเขาในภาคเหนือของไทย จนถึงการเข้าสู่วงการศิลปะร่วมสมัย เส้นทางของเธอคือการค้นหาตัวตนอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งก็ต้องเผชิญกับการถูกกันออกจากพื้นที่หลัก</p>
<p data-start="698" data-end="988">ผลงานใน <strong data-start="706" data-end="716">Misfit</strong> จึงไม่ใช่เพียงวัตถุทางศิลปะ แต่เป็นเส้นด้ายแห่งเรื่องราวที่ถักทอจากชีวิตและพัฒนาการทางความคิดของมุกในฐานะศิลปิน การใช้วัสดุรีไซเคิล ลวดลายที่ซับซ้อน และเทคนิคทดลอง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ สะท้อนถึงการตั้งคำถามกับมาตรฐานความงาม และการไม่ยอมจำนนต่อกรอบความคิดที่มีอยู่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>LONGEVITY</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/longevity-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 17:16:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2481</guid>

					<description><![CDATA[“LONGEVITY: An Abstract Co<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="47" data-end="123"><strong data-start="47" data-end="88">“LONGEVITY: An Abstract Conversation”</strong><br data-start="88" data-end="91" />Curated โดย คิด เบญจรงคกุล</p>
<p data-start="125" data-end="472">นิทรรศการนี้นำเสนอผลงานของศิลปินหญิง 11 คน ได้แก่ <strong data-start="175" data-end="369">Aimi Kaiya, Baisri, BeCHANIDA, Chayanich Muangthai (Seafear), Duenchayphoochana Phooprasert, Jiratchaya Pripwai, Ketkarn Damrongwattanapokin, MM. Kosum, Morakot Ketklao, Rungploy Lorpaitoon,</strong> และ <strong data-start="374" data-end="391">Sudaporn Teja</strong> โดยร่วมกันถ่ายทอดมุมมองอันหลากหลายเกี่ยวกับความหมายของ “ชีวิตยืนยาว” (Longevity)</p>
<p data-start="474" data-end="927">วลีละติน <strong data-start="483" data-end="511">“Ars longa, vita brevis”</strong> หรือ <strong data-start="517" data-end="547">“ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”</strong> สะท้อนแก่นของนิทรรศการได้อย่างชัดเจนว่าศิลปะมีพลังในการอยู่เหนือกาลเวลา ในวัฒนธรรมไทย &#8220;ความยืนยาว&#8221; ไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนปีของชีวิต แต่ยังเชื่อมโยงกับความสมดุล ความเป็นอยู่ดี และการมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหมาย คำอวยพรอย่าง “ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรง” แสดงให้เห็นถึงคุณค่านี้อย่างลึกซึ้ง เพราะอายุยืนอย่างเดียวไม่อาจรับประกันความสุขได้ หากปราศจากสุขภาพทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ</p>
<p data-start="929" data-end="1236">“สี” เป็นอีกหนึ่งภาษาสำคัญที่ใช้ถ่ายทอดการเดินทางของชีวิต เฉดสีและจังหวะของพู่กันล้วนสะท้อนอารมณ์ การเปลี่ยนผ่าน และความทรงจำได้อย่างลึกซึ้ง ในงานศิลปะและการออกแบบของไทย ตั้งแต่งานจิตรกรรมฝาผนังในวัด ไปจนถึงผ้าไหม สีสันมักถูกใช้เพื่อสื่อถึงชีวิตที่สดใสและสงบงาม สะท้อนถึงจิตวิญญาณของคนไทยที่รักในความกลมกลืน</p>
<p data-start="1238" data-end="1419">ท้ายที่สุด นิทรรศการนี้เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ย้อนมองถึงความงดงามของชีวิต ไม่ใช่แค่ในแง่ของความยืนยาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความลึกซึ้ง พลังชีวิต และการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>A Whole New World</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/a-whole-new-world-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2023 09:30:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2483</guid>

					<description><![CDATA[“A Whole New World” เพลงปร<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="113" data-end="424"><strong data-start="113" data-end="136">“A Whole New World”</strong> เพลงประกอบภาพยนตร์ <em data-start="156" data-end="172">Aladdin (1992)</em> ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและความหวัง ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก หัวข้อเหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่ในนิทรรศการนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากความปรารถนาที่จะปลดปล่อย หลุดพ้น และออกเดินทางสำรวจโลกที่ไม่รู้จัก ผ่านมุมมองอันลึกลับเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน</p>
<p data-start="426" data-end="657">“โลกใบใหม่” ในที่นี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์หลากหลายของศิลปินในยุคไร้พรมแดน แนวคิดและจินตนาการของพวกเขาแสดงออกผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสื่อผสม โดยใช้เทคนิคและสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน เพื่อชวนผู้ชมตั้งคำถามว่า &#8220;โลกใหม่&#8221; แท้จริงคืออะไร</p>
<p data-start="659" data-end="827">ขณะที่พลังสร้างสรรค์เคลื่อนไปสู่อนาคตที่เป็นอิสระ นิทรรศการนี้จึงสะท้อนถึงความฝัน ความศรัทธา และการแสวงหาการเติบโต โดยที่ศิลปินแต่ละคนกำลังวาดเส้นทางสู่ยูโทเปียของตนเอง</p>
<p data-start="829" data-end="1196">นิทรรศการนี้นำเสนอผลงานจากศิลปินรุ่นใหม่ 14 คน ซึ่งต่างนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ผ่านผลงานศิลปะ ได้แก่:<br data-start="945" data-end="948" /><strong data-start="948" data-end="1172">Arinya Kuntino, Artsaveworld, Bannana Manz, DAYY, Hattapon Tadboonkaew-Amorn, Napanant Rangsrithummakhun, Pathomkorn Treethep, Peerapol Aintoom, Rattapon Panyata, Siwakorn Srikampa, Thirawat Wongin, YAIPOENG AND NAIPRAN,</strong> และ <strong data-start="1177" data-end="1196">Yanapat Soiraya</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
