<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>FOUR SEASONS ART SPACE &#8211; MOCABANGKOK.COM</title>
	<atom:link href="https://www.mocabangkok.com/category/four-seasons-art-space-th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.mocabangkok.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 May 2026 07:38:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>
	<item>
		<title>TRANSVERSE</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/transverse-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 May 2026 07:38:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Neu Contemporary]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3234</guid>

					<description><![CDATA[TRANSVERSE: Navigating Eme<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>TRANSVERSE: Navigating Emerging Thai Art</b><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการกลุ่มของ 17 ศิลปินไทยร่วมสมัย ที่ชวนผู้ชมสำรวจทิศทางใหม่ของศิลปะไทยผ่านผลงานที่เคลื่อนผ่านวัสดุ ภาพ ความทรงจำ เทคโนโลยี และประเด็นทางสังคม นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน ถึง 27 กันยายน 2569 ณ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK โดยมี </span><b>ชานน องค์วาสิฎฐ์</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>วิท วรรณไกรโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นภัณฑารักษ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากแนวคิดเรื่องการเคลื่อนผ่านเส้น ตำแหน่ง และพื้นที่ทางวัฒนธรรม นิทรรศการมองศิลปะไทยร่วมสมัยเป็นพื้นที่ของการเปลี่ยนผ่านและการต่อรองความหมาย แทนการนำเสนออัตลักษณ์ไทยในฐานะภาพตายตัว ผลงานในนิทรรศการสะท้อนวิธีที่ศิลปินกลับไปทบทวน ตั้งคำถาม และเรียบเรียงความหมายที่ได้รับสืบต่อมา ผ่านความทรงจำ ประสบการณ์ส่วนตัว มรดกทางวัฒนธรรม และสภาพจริงของปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการนำเสนอผลงานของศิลปิน 17 ได้แก่ </span><b>กาญจน์ นทีวุฒิกุล, อังกฤษ อัจฉริยโสภณ, ฉัตรชัย โนตานนท์, ธนรัช สิริพิเดช, ดีใจ โกสิยพงษ์, วันสว่าง เย็นสบายดี, Buddhaandz, จารุวัฒน์ น้อมรับพร, วีรภัทร สิทธิพล, Lolay, Juli Baker and Summer, ปพนศักดิ์ ละออ, วรรณพล แสนคำ, รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์, กฤช งามสม, ทรัพย์มณี ไชยแสนสุข และ มิตร ใจอินทร์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อจัดแสดงภายใน </span><b>Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK</b><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการนี้จึงมีบริบทของสถานที่อย่างชัดเจน พื้นที่ศิลปะริมแม่น้ำเจ้าพระยาชวนให้ผู้ชมพบศิลปะร่วมสมัยในความสัมพันธ์กับเมือง การเดินทาง และจังหวะของกรุงเทพฯ ในบริบทนี้ ผลงานศิลปะไม่ได้เพียงตั้งอยู่ในพื้นที่ แต่ยังเคลื่อนผ่านพื้นที่นั้น สัมพันธ์กับมุมมองที่หลากหลาย และเปิดวิธีมองใหม่ต่อภูมิทัศน์ของศิลปะไทยร่วมสมัยในปัจจุบัน </span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>New Beginning</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/new-beginning-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2026 07:06:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[ART Space]]></category>
		<category><![CDATA[CURU Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[Four Seasons Hotel Bangkok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=3128</guid>

					<description><![CDATA[New Beginning : การเริ่มต้<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>New Beginning : การเริ่มต้นใหม่ ผ่านความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ภายใน<br />
นิทรรศการกลุ่มที่รวบรวมผลงานของศิลปิน 4 ท่านจากญี่ปุ่นและไทย ได้แก่ Yuta Okuda, Maho Takahashi, จิดาภา จันทร์สิริสถาพร และ ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</p>
<p>งานจัดแสดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่ของไทย นิทรรศการครั้งนี้ชวนมองความหมายของ “การเริ่มต้นใหม่” ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นภายในความรู้สึกนึกคิด จากผลงานจิตรกรรมและกระบวนการทางทัศนศิลป์ร่วมสมัย ศิลปินทั้งสี่ถ่ายทอดเรื่องราวของความทรงจำ การรับรู้ และความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางชีวิตประจำวัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแกนสำคัญของนิทรรศการคือผลงานชุด </span><b>With Gratitude</b><span style="font-weight: 400;"> ของ </span><b>Yuta Okuda</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อจังหวะคุ้นเคยของชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนแปรเปลี่ยนไป ศิลปินหันกลับมาสังเกตโลกภายในของตน และพบว่าการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนสภาวะภายในของตนได้อย่างอ่อนโยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการยังนำเสนอผลงานของศิลปินอีก 3 ท่าน ซึ่งต่างขานรับแนวคิดนี้จากมุมมองเฉพาะของตน </span><b>Maho Takahashi</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจความทรงจำวัยเยาว์และการก่อรูปของอัตลักษณ์ผ่านตัวละคร ANOKO ถ่ายทอดสภาวะภายในอันเปราะบางในห้วงก่อนการแปรเปลี่ยน </span><b>จิดาภา จันทร์สิริสถาพร </b><span style="font-weight: 400;">ใช้ความทรงจำส่วนบุคคล ความรู้สึกทางกาย และประสบการณ์ชีวิต เป็นจุดตั้งต้นในการติดตามร่องรอยของอารมณ์และชวนให้ผู้ชมย้อนกลับมาสำรวจตนเอง ขณะที่ </span><b>ราชวุธ คุรุวงศ์วัฒนา</b><span style="font-weight: 400;"> มองชีวิตประจำวันผ่านการรับรู้และการไหลผ่านของเวลา ถ่ายทอดบรรยากาศอันละเอียดอ่อนของช่วงขณะก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะก่อตัวขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา </span><b>New Beginning</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดพื้นที่แห่งความสงบ เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้หยุดมองและกลับมาเผชิญกับปัจจุบันขณะด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้น ณ จุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THAIPOGRAPHY</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/thaipography-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 11:07:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2970</guid>

					<description><![CDATA[นิทรรศการ “THAIPOGRAPHY” น<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการ </span><i><span style="font-weight: 400;">“</span></i><b>THAIPOGRAPHY</b><i><span style="font-weight: 400;">”</span></i><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการกลุ่มที่สำรวจความงดงามของอัตลักษณ์ไทยผ่านตัวอักษร ภาษา และรูปทรงทางทัศนศิลป์ โดยนำเสนอผลงานจาก 15 ศิลปิน จากหลากหลายแขนง นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ </span><b>13 ธันวาคม 2568 ถึง 22 มีนาคม 2569</b><span style="font-weight: 400;"> ณ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK ภัณฑารักษ์ </span><b>คิด เบญจรงคกุล และ กมลกร รักษ์อาจ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการ </span><b>THAIPOGRAPHY</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจพลังแห่งอักษรไทย การออกแบบตัวอักษร และภาษา ในฐานะที่เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร หากเป็น “สัญลักษณ์ที่มีชีวิต” ที่บรรจุอัตลักษณ์ ความทรงจำ และอารมณ์ความรู้สึก ตัวอักษรไทยเป็นองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานนับศตวรรษ และยังคงปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลและกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ตัวอักษรแปรสภาพเป็นลวดลาย รหัส และรูปแบบการแสดงออกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของถ้อยคำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลปินจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม งานจัดวาง ภาพพิมพ์ ศิลปะดิจิทัล ประติมากรรม หรือสื่อผสม ถูกเชิญให้ตีความตัวอักษรไทยใหม่อีกครั้ง ในฐานะทั้งเนื้อหาและวัสดุของการสร้างสรรค์ ผลงานแต่ละชิ้นสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตนของศิลปิน ขณะเดียวกันก็ร่วมขับเคลื่อนคำถามร่วมสมัยว่า “ภาษา” ได้หล่อหลอมประสบการณ์และตัวตนของผู้คนอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการนี้ยังตั้งใจให้ผู้ชมก้าวข้ามจากการเฝ้าสังเกตไปสู่การมีส่วนร่วม ผ่านการปฏิสัมพันธ์ การตอบสนอง และการฝาก “เสียง” ของตนลงในพื้นที่จัดแสดง เพื่อให้หอศิลป์กลายเป็นพื้นที่ที่ตัวอักษรเผยความหมาย จังหวะ และอารมณ์ได้อย่างมีชีวิตชีวา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเฉลิมฉลองตัวอักษรไทยในบริบทของศิลปะร่วมสมัยนี้ จึงเปรียบเสมือนการทวงคืนพลังของภาษาในฐานะพลังขับเคลื่อนที่มีพลวัต เชื่อมโยงมรดกกับนวัตกรรม ประเพณีกับการทดลอง และความเป็นปัจเจกเข้ากับอัตลักษณ์ร่วมของสังคมไทยในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลปิน:</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">ADD Peerapat, Aphist Sid, Artsaveworld, BAMBAMMS, Beejoir X Gong, BLACKBUZZ, Kanrapee, Komsan Phetsit, LuckyLeg, Naraphat Sakarthornsap, Natnapat Kullananant, PHAYANCHANA, Sornchai Phongsa, Teerapon Sisung, Tunlaya Dunn</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Unveiling Leather: Modularity</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/unveiling-leather-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Punn B]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Sep 2025 09:29:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[leather]]></category>
		<category><![CDATA[Mixed media]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2541</guid>

					<description><![CDATA[กรุงเทพฯ, วันเสาร์ที่ 20 ก<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>กรุงเทพฯ, วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 – MOCA BANGKOK และ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River ร่วมมือกับ Archives Design</b><span style="font-weight: 400;"> ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการ </span><i><span style="font-weight: 400;">“Unveiling Leather: The Language of Modularity”</span></i><span style="font-weight: 400;"> นำเสนอแนวคิดใหม่ที่มองเครื่องหนังไม่ได้เป็นเพียงแค่วัสดุ แต่เป็นภาษาของการออกแบบที่สามารถหล่อหลอมสภาพแวดล้อม สะท้อนชีวิต และเปิดประเด็นใหม่ระหว่างรูปทรง ประโยชน์ใช้สอย และความงาม นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึง 7 ธันวาคม 2568 ณ Four Seasons ART Space by MOCA BANGKOK, โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok โดยมีคิด เบญจรงคกุล และ วธัญญู พิกุลสวัสดิ์ (Jay Pikulsawad) เป็นภัณฑารักษ์ </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">Unveiling Leather: The Language of Modularity</span></i><span style="font-weight: 400;"> เจาะลึกถึงการสร้างสรรค์งานเครื่องหนังทั้งในรูปแบบสองมิติและสามมิติ โดยนำเสนอแนวคิดเรื่อง “ความเป็นโมดูลาร์” (modularity) ซึ่งก็คือความยืดหยุ่น หรือความสามารถในการปรับเปลี่ยน ผ่านหลักการออกแบบที่เน้นสัดส่วนและความชัดเจนแบบสมัยใหม่ เพื่อสำรวจว่ารูปทรงที่ปรับเปลี่ยนได้นั้นสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และชีวิตได้อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในนิทรรศการกลุ่มครั้งนี้ ศิลปินทั้ง 7 คน ได้แก่ </span><b>Francois Weiss, ลัทธพล ก่อเกียรติตระกูล, ปานพรรณ ยอดมณี, สมิตา รุ่งขวัญศิริโรจน์, Soichiro Shimizu, ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ และ Trey Hurst</b><span style="font-weight: 400;"> ได้นำเสนอมุมมองที่หลากหลายต่อวัสดุชนิดนี้ ในมือของพวกเขาเครื่องหนังไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงพื้นผิวเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงสร้างที่สร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ระหว่างความแม่นยำและความลื่นไหล ไม่ว่าจะถูกขึงเป็นแผง เย็บเป็นตาราง พับให้มีมิติ หรือซ้อนกันเป็นลวดลาย แต่ละการสร้างสรรค์ได้เปลี่ยนเครื่องหนังให้กลายเป็น &#8220;โมดูล&#8221; หรือหน่วยการประกอบที่สามารถทำซ้ำและปรับเปลี่ยนได้ บางคนเน้นความชัดเจนด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สะท้อนสัดส่วนทางสถาปัตยกรรม ในขณะที่บางคนปล่อยให้คุณสมบัติของวัสดุได้โค้งงอและบิดตัว เพื่อสื่อถึงผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานทั้งหมดสะท้อนการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมร่วมสมัยและทักษะช่างฝีมือ หนังจึงก้าวข้ามข้อจำกัดของหัตถศิลป์และปรากฏในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ประติมากรรม งานถักสาน ไปจนถึงงานจิตรกรรม พร้อมถ่ายทอดทั้งการใช้งานและอารมณ์ ผลงานทุกชิ้นเริ่มต้นจากความชื่นชมในวัสดุและความเคารพต่อทักษะที่สืบทอดมา ขณะเดียวกันก็ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย โดยรวม นิทรรศการนี้นำเสนอหนังในฐานะวัสดุมีชีวิตที่สามารถเก็บความทรงจำ ถ่ายทอดสัดส่วน และก่อร่างความคิดใหม่ ๆ ผู้ชมจึงได้รับเชิญให้สัมผัสหนังในฐานะภาษาการออกแบบที่เชื่อมโยงวัสดุ ผู้สร้าง และชีวิตร่วมสมัยเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">#MOCAFSArtspace #unveilingleather #mocabangkok #FsBangkok #archivesdesign #ThaiContemporaryArt #ArtAndDesign #BangkokExhibition #BangkokArt</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</span></p>
<p><b>ระยะเวลาจัดนิทรรศการ</b><span style="font-weight: 300;">: วันที่ </span><i><span style="font-weight: 300;">20 กันยายน – 7 ธันวาคม 2568</span></i></p>
<p><b>สถานที่จัดแสดง: </b><i><span style="font-weight: 300;">Four Seasons </span></i><i><span style="font-weight: 300;">ART Space, โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok</span></i></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Moments of Joy</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/the-moments-of-joy-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Jun 2025 09:30:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2475</guid>

					<description><![CDATA[“The Moments of Joy”ภัณฑาร<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="128" data-end="195"><strong data-start="128" data-end="152">“The Moments of Joy”</strong><br data-start="152" data-end="155" />ภัณฑารักษ์: Pimpaween Sunthontammarat</p>
<p data-start="197" data-end="453">เมื่อเราเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ช่วงเวลาแห่งความสุขและความสนุกในวัยเยาว์ก็มักจะเลือนหายไปตามกาลเวลา นิทรรศการศิลปะ <strong data-start="312" data-end="336">“The Moments of Joy”</strong> จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสกับความทรงจำอันเปี่ยมสุขเหล่านั้นอีกครั้ง ผ่านงานศิลปะที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา</p>
<p data-start="455" data-end="832">นิทรรศการกลุ่มนี้เป็นเสมือนการทดลองทางศิลปะที่จุดประกายความสุขในใจของผู้ใหญ่ พร้อมตั้งคำถามอันน่าสนใจว่า: เราจะสามารถเชื่อมโยงกับความสุขอันบริสุทธิ์และไม่ผ่านการกรองแบบในวัยเด็กได้อีกครั้งหรือไม่? ศิลปินแต่ละคนได้ถ่ายทอดช่วงเวลาและเรื่องราวแห่งความปีติที่เป็นแรงบันดาลใจของตนเอง ผ่านรูปแบบและสื่อที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ชมได้ร่วมสัมผัสและซึมซับช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไปด้วยกัน</p>
<p data-start="834" data-end="1050">ผู้ชมจะได้พบกับผลงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จิตรกรรมในเทคนิคต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความเบิกบาน ประติมากรรมที่เปิดมิติใหม่ของความสนุกสนาน ไปจนถึงศิลปะจัดวางที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมมีส่วนร่วม และดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ตรง</p>
<p data-start="1052" data-end="1244"><strong data-start="1052" data-end="1076">“The Moments of Joy”</strong> มุ่งหวังที่จะเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ และการกลับไปสำรวจช่วงเวลาอันมีค่าจากอดีตอีกครั้ง ผ่านมุมมองและการตีความของศิลปินรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และแนวคิดสดใหม่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Untamed Melody Part I</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/untamed-melody-part-i-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Dec 2024 10:50:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2477</guid>

					<description><![CDATA[“Untamed Melody” Part Iภัณ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="201" data-end="303"><strong data-start="201" data-end="228">“Untamed Melody” Part I</strong><br data-start="228" data-end="231" />ภัณฑารักษ์: <strong data-start="243" data-end="265">ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช</strong><br data-start="265" data-end="268" />ศิลปิน: <strong data-start="276" data-end="303">ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</strong></p>
<p data-start="305" data-end="639">นิทรรศการนี้คือการสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดเริ่มต้นจากความสนใจของศิลปินต่อความซับซ้อนในพฤติกรรมของมนุษย์ <strong data-start="456" data-end="483">ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</strong> ใช้ผลงานชุดนี้เป็นพื้นที่ในการสำรวจว่า การกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากพลังแห่งการสร้างสรรค์ หรือแรงผลักจากการบริโภค ส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่เช่นไร</p>
<p data-start="641" data-end="796">ผ่านภาพเหมือนและผลงานแนวความคิด ศิลปินได้สำรวจผลลัพธ์ของความปรารถนาอันไร้ขอบเขต และตั้งคำถามถึงบทบาทของมนุษย์ต่อปัญหาเชิงระบบที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p data-start="798" data-end="1099">สุภาษิตไทยที่ว่า <strong data-start="815" data-end="834">“ร้อยพ่อ พันแม่”</strong> สะท้อนถึงการรวมตัวของผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง ความคิด และรูปแบบการใช้ชีวิต ผลงานภาพเหมือนของไทวิจิต คือการรังสรรค์บุคคลในจินตนาการ ผู้มีบทบาทในการกำหนดและเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดยสื่อถึงศักยภาพอันมหาศาลของจิตมนุษย์  ที่สามารถก่อกำเนิดทั้งการสร้างสรรค์ และการทำลายล้าง</p>
<p data-start="1101" data-end="1429">ในขณะที่มนุษย์ได้พัฒนาไปไกลเกินความต้องการพื้นฐาน ความเจริญกลับมาพร้อมกับความเปราะบาง เมื่อความโลภไม่ถูกควบคุม ผลลัพธ์ย่อมหนีไม่พ้นการทำลายตนเองและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ผลงานในนิทรรศการนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างการสร้างและการทำลาย ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่เราทุกคนมีต่อโลก และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับศักยภาพของเราเอง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MISFIT</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/misfit-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Aug 2024 10:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2479</guid>

					<description><![CDATA[Misfit ถ่ายทอดเรื่องราวการ<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="80" data-end="432"><strong data-start="80" data-end="90">Misfit</strong> ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของ <strong data-start="121" data-end="146">เพลินจันทร์ วิญญรัตน์</strong> หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ &#8220;<strong data-start="173" data-end="180">มุก</strong>&#8221; ศิลปินสิ่งทอที่เริ่มเป็นที่รู้จักในสังคมไทยจากผลงานการออกแบบผ้าทอเชิงพาณิชย์ที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ แม้จะได้รับคำชื่นชมตั้งแต่ช่วงแรก แต่มุกมักรู้สึกว่าเธอเป็น &#8220;คนนอก&#8221; ต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างศิลปินกับนักออกแบบภายใต้กรอบค่านิยมทางวัฒนธรรมและสังคม</p>
<p data-start="434" data-end="696">ตั้งแต่โรงเรียนประถม โรงเรียนประจำในอังกฤษ มหาวิทยาลัย Central Saint Martins ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกับชาวเขาในภาคเหนือของไทย จนถึงการเข้าสู่วงการศิลปะร่วมสมัย เส้นทางของเธอคือการค้นหาตัวตนอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งก็ต้องเผชิญกับการถูกกันออกจากพื้นที่หลัก</p>
<p data-start="698" data-end="988">ผลงานใน <strong data-start="706" data-end="716">Misfit</strong> จึงไม่ใช่เพียงวัตถุทางศิลปะ แต่เป็นเส้นด้ายแห่งเรื่องราวที่ถักทอจากชีวิตและพัฒนาการทางความคิดของมุกในฐานะศิลปิน การใช้วัสดุรีไซเคิล ลวดลายที่ซับซ้อน และเทคนิคทดลอง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ สะท้อนถึงการตั้งคำถามกับมาตรฐานความงาม และการไม่ยอมจำนนต่อกรอบความคิดที่มีอยู่</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>LONGEVITY</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/longevity-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 17:16:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2481</guid>

					<description><![CDATA[“LONGEVITY: An Abstract Co<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="47" data-end="123"><strong data-start="47" data-end="88">“LONGEVITY: An Abstract Conversation”</strong><br data-start="88" data-end="91" />Curated โดย คิด เบญจรงคกุล</p>
<p data-start="125" data-end="472">นิทรรศการนี้นำเสนอผลงานของศิลปินหญิง 11 คน ได้แก่ <strong data-start="175" data-end="369">Aimi Kaiya, Baisri, BeCHANIDA, Chayanich Muangthai (Seafear), Duenchayphoochana Phooprasert, Jiratchaya Pripwai, Ketkarn Damrongwattanapokin, MM. Kosum, Morakot Ketklao, Rungploy Lorpaitoon,</strong> และ <strong data-start="374" data-end="391">Sudaporn Teja</strong> โดยร่วมกันถ่ายทอดมุมมองอันหลากหลายเกี่ยวกับความหมายของ “ชีวิตยืนยาว” (Longevity)</p>
<p data-start="474" data-end="927">วลีละติน <strong data-start="483" data-end="511">“Ars longa, vita brevis”</strong> หรือ <strong data-start="517" data-end="547">“ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”</strong> สะท้อนแก่นของนิทรรศการได้อย่างชัดเจนว่าศิลปะมีพลังในการอยู่เหนือกาลเวลา ในวัฒนธรรมไทย &#8220;ความยืนยาว&#8221; ไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนปีของชีวิต แต่ยังเชื่อมโยงกับความสมดุล ความเป็นอยู่ดี และการมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหมาย คำอวยพรอย่าง “ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรง” แสดงให้เห็นถึงคุณค่านี้อย่างลึกซึ้ง เพราะอายุยืนอย่างเดียวไม่อาจรับประกันความสุขได้ หากปราศจากสุขภาพทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ</p>
<p data-start="929" data-end="1236">“สี” เป็นอีกหนึ่งภาษาสำคัญที่ใช้ถ่ายทอดการเดินทางของชีวิต เฉดสีและจังหวะของพู่กันล้วนสะท้อนอารมณ์ การเปลี่ยนผ่าน และความทรงจำได้อย่างลึกซึ้ง ในงานศิลปะและการออกแบบของไทย ตั้งแต่งานจิตรกรรมฝาผนังในวัด ไปจนถึงผ้าไหม สีสันมักถูกใช้เพื่อสื่อถึงชีวิตที่สดใสและสงบงาม สะท้อนถึงจิตวิญญาณของคนไทยที่รักในความกลมกลืน</p>
<p data-start="1238" data-end="1419">ท้ายที่สุด นิทรรศการนี้เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ย้อนมองถึงความงดงามของชีวิต ไม่ใช่แค่ในแง่ของความยืนยาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความลึกซึ้ง พลังชีวิต และการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>A Whole New World</title>
		<link>https://www.mocabangkok.com/a-whole-new-world-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[nott]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2023 09:30:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FOUR SEASONS ART SPACE]]></category>
		<category><![CDATA[Temporary Exhibition]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.mocabangkok.com/?p=2483</guid>

					<description><![CDATA[“A Whole New World” เพลงปร<span class="excerpt-hellip"> […]</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p data-start="113" data-end="424"><strong data-start="113" data-end="136">“A Whole New World”</strong> เพลงประกอบภาพยนตร์ <em data-start="156" data-end="172">Aladdin (1992)</em> ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและความหวัง ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก หัวข้อเหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่ในนิทรรศการนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากความปรารถนาที่จะปลดปล่อย หลุดพ้น และออกเดินทางสำรวจโลกที่ไม่รู้จัก ผ่านมุมมองอันลึกลับเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละคน</p>
<p data-start="426" data-end="657">“โลกใบใหม่” ในที่นี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์หลากหลายของศิลปินในยุคไร้พรมแดน แนวคิดและจินตนาการของพวกเขาแสดงออกผ่านงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสื่อผสม โดยใช้เทคนิคและสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน เพื่อชวนผู้ชมตั้งคำถามว่า &#8220;โลกใหม่&#8221; แท้จริงคืออะไร</p>
<p data-start="659" data-end="827">ขณะที่พลังสร้างสรรค์เคลื่อนไปสู่อนาคตที่เป็นอิสระ นิทรรศการนี้จึงสะท้อนถึงความฝัน ความศรัทธา และการแสวงหาการเติบโต โดยที่ศิลปินแต่ละคนกำลังวาดเส้นทางสู่ยูโทเปียของตนเอง</p>
<p data-start="829" data-end="1196">นิทรรศการนี้นำเสนอผลงานจากศิลปินรุ่นใหม่ 14 คน ซึ่งต่างนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ผ่านผลงานศิลปะ ได้แก่:<br data-start="945" data-end="948" /><strong data-start="948" data-end="1172">Arinya Kuntino, Artsaveworld, Bannana Manz, DAYY, Hattapon Tadboonkaew-Amorn, Napanant Rangsrithummakhun, Pathomkorn Treethep, Peerapol Aintoom, Rattapon Panyata, Siwakorn Srikampa, Thirawat Wongin, YAIPOENG AND NAIPRAN,</strong> และ <strong data-start="1177" data-end="1196">Yanapat Soiraya</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
