Anupong Chantorn
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อนุพงษ์ จันทร
เกิด ปี พ.ศ. 2523 ปัจจุบันอาศัยและทำงานที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อนุพงษ์ จันทร เกิดที่จังหวัดปราจีนบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) และระดับปริญญาโท ศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะไทย จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเป็นศิลปินไทยร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผลงานที่มีความเข้มข้นทางความคิดและทักษะเชิงช่างอันโดดเด่น รางวัลล่าสุดที่ได้รับคือรางวัล First Prize จากการแสดง 5th International Small Etching Biennal Graphium Timisoara 2019 ประเทศโรมาเนีย ในปี พ.ศ. 2562 และรางวัล Triennale Prize จากการแสดงภาพพิมพ์และวาดเส้นนานาชาติ ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2552 ก่อนหน้านั้นในปี พ.ศ. 2551 เขาได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ซึ่งนับเป็นศิลปินที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าว พร้อมทั้งได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ครั้งที่ 52 และ 53 และรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ครั้งที่ 51 และ 54 จากเวทีเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 26 รางวัลยอดเยี่ยมศิลปกรรมนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ครั้งที่ 16 และรางวัลเกียรตินิยมเหรียญทองศิลป์ พีระศรี
อนุพงษ์มีผลงานร่วมแสดงในนิทรรศการกลุ่มสำคัญทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยนิทรรศการล่าสุด ได้แก่ Ghosts and Hells The Underworld in Asian Art ณ Taiwan Art Museum ไต้หวัน ในปี พ.ศ. 2565 ก่อนหน้านั้นได้เข้าร่วมโครงการ ART AUCTIONS KMC HOSPITAL ในปี พ.ศ. 2564 และนิทรรศการ Progenitor ณ 333 Anywhere Art Gallery ในปีเดียวกัน รวมถึงนิทรรศการ Art for Refugees ครั้งที่ 2 และนิทรรศการ ATTA ณ River City Bangkok ในปี พ.ศ. 2562 และ Ghosts and Hells The Underworld in Asian Art ณ Musée du Quai Branly Jacques Chirac กรุงปารีส ในปี พ.ศ. 2561 เขายังเคยร่วมแสดงในมหกรรมศิลปะระดับนานาชาติ เช่น Shanghai Art Fair 2008 และ Art Singapore 2007 สำหรับนิทรรศการเดี่ยว เขาจัดแสดงนิทรรศการ ความหวังในความมืด เมื่อปี พ.ศ. 2554 ณ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล กรุงเทพมหานคร
แนวทางการสร้างสรรค์ของอนุพงษ์มุ่งสำรวจสภาวะจิตใจมนุษย์ผ่านกรอบคิดเรื่องบาปบุญคุณโทษและเปรตภูมิในพระพุทธศาสนา ผสานกับการบิดเบือนรูปลักษณ์มนุษย์และการใช้สัญลักษณ์สัตว์เพื่อสะท้อนกิเลสและความเสื่อมถอยทางศีลธรรมในสังคมร่วมสมัย เขาเลือกใช้จิตรกรรมสื่อผสมบนผ้าจีวรเป็นวัสดุหลักซึ่งมีนัยเชิงสัญลักษณ์ในการวิพากษ์โครงสร้างศรัทธาและอำนาจในสถาบันศาสนา ผลงานสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ได้แก่ ภิกษุสันดานกา และ ก้นบาตร ซึ่งสะท้อนท่าทีทางศิลปะที่เข้มข้นและตรงไปตรงมาต่อความเป็นจริงของสังคม ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ควบคู่กับการสร้างสรรค์ผลงานและการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
Project artist
No posts found.

