Alongkorn Lauwatthana

อลงกรณ์ หล่อวัฒนา

เกิด ปี พ.ศ. 2507 ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่กาญจนบุรี ประเทศไทย

อลงกรณ์ หล่อวัฒนาเกิดที่จังหวัดน่าน และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะไทย จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนจะศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาด้านจิตรกรรมที่กาลาภาวนา วิศวภารตี มหาวิทยาลัยสันตินิเกตัน ประเทศอินเดีย ประสบการณ์จากการศึกษาในอินเดียมีส่วนสำคัญต่อการหล่อหลอมทั้งวิธีคิดและมุมมองทางศิลปะของเขา ตลอดเส้นทางการทำงาน อลงกรณ์ได้รับรางวัลและเกียรติยศทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยรางวัลในระยะหลัง ได้แก่ ทุนสร้างสรรค์ศิลป์ พีระศรี ครั้งที่ 2 จากหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2545 ก่อนหน้านั้นเขาได้รับรางวัลยอดเยี่ยมศิลปกรรมบ้านแสนรักและเมตตาต่อสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลชนะเลิศการประกวดโปสเตอร์ต่อต้านการสูบบุหรี่จากสถาบันสอนภาษา AUA ในปี พ.ศ. 2529 รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรมไทยประเพณี จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 9 ในปี พ.ศ. 2528 รางวัลชนะเลิศศิลปกรรมเยาวชนแห่งประเทศไทย และรางวัลที่ 1 ศิลปกรรมล้านนา ในปี พ.ศ. 2527 ตลอดจนรางวัลชนะเลิศการแสดงนิทรรศการศิลปกรรม Reeve ในปี พ.ศ. 2526

ผลงานของอลงกรณ์ได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดงอย่างต่อเนื่องทั้งในนิทรรศการกลุ่มและนิทรรศการเดี่ยว โดยในส่วนนิทรรศการกลุ่ม เขาได้ร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปินร่วมบุญ เกื้อหนุน 100 ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในปี พ.ศ. 2557 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติจากดวงใจ ถวายพ่อหลวง 86 พรรษา ในปี พ.ศ. 2556 นิทรรศการสยามแอฟ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2555 รวมถึง Beijing International Art Biennale ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2551 สำหรับนิทรรศการเดี่ยวที่สำคัญ ได้แก่ BEYOND ถัดออกไปอนาคตข้างหน้า ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ในปี พ.ศ. 2568 รูปธรรม นามธรรม ณ Studio Artistic ในปี พ.ศ. 2560 Present Perfect ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ. 2559 และ สัมมาทิฏฐิ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ในปี พ.ศ. 2556

แนวทางการสร้างสรรค์ของอลงกรณ์ หล่อวัฒนา อาจนิยามได้ว่าเป็นศิลปะแนวจิตวิญญาณเชิงสัญลักษณ์ หรือสิ่งที่เขาเรียกว่า ภาพปริศนาธรรม และภาพอุปมาอุปไมย ซึ่งเกิดจากการหล่อหลอมระหว่างทักษะด้านจิตรกรรมไทยประเพณี คำสอนทางพุทธปรัชญา และการใคร่ครวญต่อสภาวะร่วมสมัย ประสบการณ์จากการไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียทำให้เขาหันกลับมาพิจารณารากฐานของศิลปะและจิตวิญญาณเอเชียอย่างลึกซึ้งขึ้น และส่งผลให้ภาษาทางศิลปะของเขาเปลี่ยนจากลักษณะเส้นแบบไทยประเพณีไปสู่การคลี่คลายในเชิงนามธรรมมากขึ้น เขาใช้สัญลักษณ์ องค์ประกอบ และสีสันที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณในการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้พิจารณาความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังสารวัฏ ความเปลี่ยนแปลงของโลก หรือสภาวธรรมภายในใจมนุษย์

ผลงานของอลงกรณ์ หล่อวัฒนาแสดงให้เห็นการพัฒนาภาษาทางศิลปะที่ค่อย ๆ คลี่คลายจากรากฐานจิตรกรรมไทยไปสู่การสร้างความหมายเชิงสัญลักษณ์และจิตวิญญาณอย่างเป็นเฉพาะตัว ผลงานจิตรกรรมขนาดใหญ่ เทพชุมนุม ของเขาจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK ปัจจุบันเขายังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้ด้านจิตรกรรมไทยในฐานะอาจารย์พิเศษ