MYANMAR

ประเทศพม่ามีชนกลุ่มน้อยอยู่มากมาย ทั้งชาวมอญ ชาวพม่า ชาวเขา ชาวจีน ไทยใหญ่ และไทยน้อย เป็นแผ่นดินที่ผ่านศึกสงครามมาอย่างยาวนาน ทั้งการแย่งชิงอำนาจภายในและการรุกรานจากภายนอก เคยตกเป็นประเทศราชของจีน มองโกล และในยุคล่าอาณานิคมก็กลายเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักร
ด้วยอิทธิพลที่หลั่งไหลมาจากนานาประเทศรอบข้าง ทำให้ศิลปวัฒนธรรมของพม่ามีความหลากหลาย ทั้งที่เกิดจากชนพื้นเมืองและที่รับจากอารยธรรมต่างชาติ การใช้หน้ากากในวัฒนธรรมของชาวเมียนมาร์ยังคงอยู่ในบริบทของความเชื่อเรื่องเทพและภูตผีตามประเพณีของชนเผ่าห่างไกล ขณะเดียวกัน แม้พม่าจะรับอารยธรรมจากอินเดียมาไม่น้อย แต่วัฒนธรรมหน้ากากของพม่ากลับปรากฏชัดเพียงใน “หน้ากากที่ใช้ในการแสดงรามายณะ” ซึ่งเชื่อว่าสืบทอดมาจากกรุงศรีอยุธยา
การแสดงรามายณะของพม่าเรียกว่า “ยามะซะต่อ” แปลว่า “พระรามชาดก” มีหลักฐานครั้งแรกที่วัดนะเลาน์ เมืองพุกาม ราวพุทธศักราช 2070 ในเทวสถานที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระวิษณุภายในกำแพงเมืองพุกาม ซึ่งมีประติมากรรมหินรูปพระราม ชื่อว่า “รามจันทระ” (Ramachandra) อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการสร้างหน้ากากเพื่อการแสดงโดยตรง
จากการศึกษาของนักประวัติศาสตร์ไทยพบว่า เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 มีการกวาดต้อนเชลยศึกจำนวนมาก ทั้งขุนนาง ช่างฝีมือ นักแสดง และนักดนตรี จึงทำให้รามายณะของพม่ารับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากรามเกียรติ์ของกรุงศรีอยุธยา
โดยเฉพาะเมื่อพระเจ้าจิงจูกา (พ.ศ. 2319–2324) เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในราชสำนัก และพระมเหสีของพระองค์ผู้เป็นกวีเอกยังทรงสนับสนุนการแสดงรามายณะด้วย มีการแต่งเพลงประกอบขึ้นใหม่ รวมถึงการออกแบบเครื่องแต่งกายและหน้ากากขึ้นด้วยศิลปะแบบพม่าเอง
ต่อมาเมื่อพม่ารับพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นหลัก ศิลปะการแสดงในราชสำนักค่อย ๆ เสื่อมถอย เพราะผู้ปกครองมองว่าเป็นความบันเทิงที่ขาดสาระ แต่ในหมู่ชาวบ้านยังคงหลงเหลืออยู่และได้รับความนิยมในฐานะการแสดงเพื่อความรื่นเริง
รามายณะของพม่านิยมแสดงร่วมกับวงดนตรี “ซายวาย” ซึ่งเป็นวงปี่พาทย์ของพม่าที่มี “เปิงมางคอก” เป็นเครื่องดนตรีหลัก วงนี้บางครั้งเรียกว่า “ปัตซาย” ส่วนตัวเปิงมางคอกเรียกว่า “ปัตวาย” ซายวายเป็นวงดนตรีประจำชาติของพม่าที่ใช้ในทั้งงานพิธีและงานบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นงานหลวง งานวัด หรืองานราษฎร์
ปัจจุบันยังมีการบรรเลงซายวายในงานพิธีต่าง ๆ เช่น งานบวช งานเจาะหู งานทรงเจ้า งานรับปริญญา และงานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เสียงดนตรีจากซายวายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ทั้งอารมณ์สนุกสนาน เร้าใจ และโศกสลดในเวลาเดียวกัน ถือเป็นวงดนตรีที่บรรเลงได้หลายอารมณ์และเป็นเอกลักษณ์ทางคีตศิลป์ที่โดดเด่นของพม่า แม้จะไม่ปรากฏวิวัฒนาการต่อเนื่องของศิลปะด้านนี้อย่างชัดเจน
หัวโขนของพม่าที่หลงเหลืออยู่สามารถพบได้ในเมืองพะกัน (Pagan) และเมืองมัณฑะเลย์ (Mandalay) ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงถึงการสืบสานอิทธิพลรามายณะในรูปแบบศิลปะเฉพาะของพม่าเอง

